
วิกฤตหนี้ยุโรปสาหัส อิตาลีเจอไฟเหลืองอาจถูกหั่นเครดิต
อิตาลีส่อแววถูกลดอันดับเครดิตอีก
อิตาลีส่อแววถูกลดอันดับเครดิตอีก
หลังวิกฤตหนี้ลุกลามหนักจากกรีซ ด้านรัฐบาลกรุงเอเธนส์ประชุมเทขายสินทรัพย์ทอดตลาดแลกรับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่
สถานการณ์วิกฤตหนี้ในยุโรปเริ่มเข้าสู่อาการโคม่าอีกระลอกโดยหลังจากที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตของกรีซไปแล้วถึง 3 ขั้นรวดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุด ทางด้านสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ อีกหนึ่งบริษัทจัดอันดับเครดิตได้เตือนว่า อาจจะตัดลดเครดิตของอิตาลีเป็นชาติต่อไปหลังจากเกิดการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังต่อเนื่อง
ในขณะนี้อันดับเครดิตของอิตาลีอยู่ที่ A+ แต่ทว่าทางด้านเอสแอนด์พีได้ระบุว่า มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกหั่นลดเครดิตลง ทำให้ทางด้านกระทรวงการคลังของอิตาลีได้ประกาศลั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางนโยบาย และผลักดันมาตรการเพื่อการสร้างสมดุลให้กับบัญชีงบประมาณของรัฐบาลให้ได้ภายในปี 2014 นี้
ก่อนหน้านี้ เอสแอนด์พีได้ตัดลดการคาดการณ์เครดิตของอิตาลี จากระดับมั่นคง ลงมาอยู่ที่ติดลบมาแล้ว โดยระบุว่า อัตราการเติบโตของประเทศที่เชื่องช้าลงนั้นได้ทำลายความคาดหวังที่อิตาลีจะสามารถลดปัญหาหนี้ของภาครัฐได้ โดยในปัจจุบันอิตาลีมีอันดับเครดิตในการชำหนี้ระยะยาวอยู่ที่ A+ ซึ่งเป็นอันดับที่ 5 จากอันดับสูงสุด และมีเครดิตการชำระหนี้ระยะสั้นอยู่ที่ A1+
ทั้งนี้ การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลอิตาลีอยู่ที่ 4.6% เมื่อปีที่แล้วซึ่งน้อยกว่าฝรั่งเศสเสียอีก อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ระดับหนี้ต่อจีดีพีกลับพุ่งขึ้นมากเกือบแตะ 120% สูงกว่าเพดานของสหภาพยุโรปถึง 2 เท่าตัว
ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอิตาลีในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 0.1% เท่านั้น น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เอาไว้มาก โดยภาคการส่งออกได้ลดลงอย่างฮวบฮาบขณะที่ความต้องการภายในประเทศก็ยังอ่อนแอ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอิตาลีซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรปนั้นจะไม่สามารถกลับมามีอัตราการเติบโตในระดับก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ภายใน 2 ปีนี้
นิโคลา บอร์รี อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยหลุยส์ ในกรุงโรม ให้ความเห็นว่า บริษัทจัดอันดับเครดิตไม่ได้พิจารณาถึงแต่ในวันนี้เท่านั้น แต่ได้มองไปถึงสถานการณ์ต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญว่าอิตาลีจะสามารถรักษาระดับการเติบโตได้อย่างไร ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดของอิตาลีที่จะจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง
นอกจากนั้น ทางด้านเอสแอนด์พียังเตือนด้วยว่า ความเปราะบางที่เพิ่มมากขึ้นในรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นั้นอาจจะทำให้การเดินหน้านโยบายแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณนั้นอาจจะสะดุดลงอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีกำลังเผชิญหน้ากับมรสุมอย่างรุนแรงจากทั้งปัญหาเรื่องอื้อฉาวของตัวนายกรัฐมนตรีเอง ไปตลอดจนถึงข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน อีกทั้งยังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
ขณะเดียวกัน ที่กรุงเอเธนส์ กรีซ นายกรัฐมนตรี จอร์เกปาปันดรู ได้นั่งเป็นประธานคณะรัฐมนตรีเปิดการหารือถึงแผนการรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟอีกก้อนหนึ่งมูลค่า 1.2 หมื่นล้านยูโร อันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้ทั้งหมดมูลค่า 1.10 แสนล้านยูโร ที่ไอเอ็มเอฟและสหภาพยุโรปเห็นชอบอนุมัติให้กับกรีซเมื่อปีที่แล้ว
การประชุมในครั้งนี้รัฐบาลกรีซจะเร่งแผนการขายทอดตลาดสินทรัพย์มูลค่า 5 หมื่นล้านยูโร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการรัดเข็มขัดที่กรีซต้องเร่งปฏิบัติเพื่อแลกกับเงินกู้ดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีกรีซยังประกาศลั่นที่จะเดินเครื่องการปฏิรูปนโยบายให้เร็วขึ้น และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้กรีซพ้นจากความเสี่ยงการเป็นหนี้เสียโดยเร็ว
“กรีซจะต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่น โดยไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ” ปาปันดรู กล่าว
รายงานระบุว่า ทางด้าน ฌอง โคลด จุงเกอร์ นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก ยังได้จัดตั้งสำนักงานอิสระขึ้นเพื่อช่วยเหลือการขายสินทรัพย์เหล่านี้ของกรีซขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ตัดลดอันดับเครดิตการชำระหนี้ระยะยาวของกรีซลงถึง 3 อันดับรวดสู่ B+ ซึ่งทำให้เครดิตของกรีซลงไปอยู่ต่อกว่าระดับ “น่าลงทุน” ถึง 4 ระดับทีเดียว ส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรกรีซพุ่งสูงขึ้น ทำสถิติที่ 16.6% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก







