posttoday
โอบามาย้อนรำลึกเหตุการณ์ 9/11 หวั่นโลกมุสลิมระอุ ยันไม่ปล่อยภาพลาเดน

โอบามาย้อนรำลึกเหตุการณ์ 9/11 หวั่นโลกมุสลิมระอุ ยันไม่ปล่อยภาพลาเดน

06 พฤษภาคม 2554

ผู้นำสหรัฐเยือนกราวด์ซีโร รำลึกเหตุการณ์ 9/11 พร้อมพบปะญาติผู้เสียชีวิต ย้ำไม่เปิดเผยภาพศพบินลาเดน

ผู้นำสหรัฐเยือนกราวด์ซีโร รำลึกเหตุการณ์ 9/11 พร้อมพบปะญาติผู้เสียชีวิต ย้ำไม่เปิดเผยภาพศพบินลาเดน

หวั่นจุดชนวนความโกรธแค้นในโลกมุสลิมปะทุอีก

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ เดินทางไปเยือนกราวด์ซีโรในนครนิวยอร์ก ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ที่พังถล่มลงมาเนื่องจากถูกวินาศกรรม ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 เพื่อพบปะกับครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11 ในวันนี้

ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐประสบความสำเร็จในปฏิบัติการเด็ดชีพโอซามา บิน ลาเดน แกนนำเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ หลังถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐบุกสังหารดับคาบ้านพักในเมืองอับบอตทาบัตของปากีสถาน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐจะเดินทางไปวางพวงหรีดยังอนุสรณ์ซึ่งระลึกถึงนักผจญภัยหลายร้อยชีวิต และผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ที่สละชีพเพื่อช่วยชีวิตผู้คนจากอาคารที่กำลังล้มครืน โดยจะไม่มีการกล่าวสุนทรพจน์ใดๆ ทั้งสิ้น

“โอบามาจะพบกับครอบครัวของเหยื่อเหตุการณ์ในวันนั้น และร่วมพูดคุยอย่างเป็นการส่วนตัวเป็นครั้งแรกอีกด้วย” เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าว พร้อมเสริมว่า “โอบามาต้องการพบกับพวกเขาในช่วงเวลาที่สำคัญ และมีนัยเช่นนี้ ผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่นำมาซึ่งความสุขผสมความเศร้าสำหรับครอบครัวผู้สูญเสีย”

โอบามาย้อนรำลึกเหตุการณ์ 9/11 หวั่นโลกมุสลิมระอุ ยันไม่ปล่อยภาพลาเดน

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยืนกรานว่า การเดินทางไปเยือนกราวด์ซีโรนี้ไม่ใช่เป็นการประกาศชัยชนะ แต่เป็นการแสดงคารวะรูปแบบหนึ่งต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารที่ถูกจี้กลางอากาศโดยเครือข่ายอัลกออิดะห์พุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า โอบามาได้เชิญอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งเป็นผู้นำของสหรัฐในช่วงที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญ 9/11 มาเยือนกราวด์ซีโรด้วย แต่กลับได้รับการปฏิเสธ

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันมีรายงานว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ตัดสินใจไม่เปิดเผยภาพศพของโอซามา บิน ลาเดน แกนนำเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ หลังถูกหน่วยคอมมานโดของสหรัฐบุกสังหารที่บ้านพักในเมืองอับบอตทาบัตของปากีสถาน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าภาพดังกล่าวจะจุดกระแสความโกรธเกรี้ยวในโลกมุสลิม

แถลงการณ์ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐ ระบุว่า โอบามายืนยันระหว่างการสัมภาษณ์ในรายการ “60 Minutes” ซึ่งจะมีการออกอากาศในวันอาทิตย์นี้ว่า จะไม่เปิดเผยภาพศพของบิน ลาเดน เพื่อทำลายความกังขาของชาวโลกถึงการเสียชีวิตของผู้ก่อการร้ายรายนี้

ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ของสหรัฐที่ได้เห็นภาพศพดังกล่าวแล้ว ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า “น่าสยดสยอง”

“นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมาบอกว่าเราคือใคร เราจะไม่นำมันออกมาโอ้อวดราวกับเป็นถ้วยรางวัล โอบามาระบุ พร้อมย้ำว่า “การเผยแพร่ภาพดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นตัวยุยงหรือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อได้”

“ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า บิน ลาเดน ตายแล้ว และแน่นอนเช่นกันว่าไม่มีข้อสงสัยในหมู่สมาชิกอัลกออิดะห์ว่าเขาตายแล้ว ดังนั้น เราจึงคิดว่าการเผยแพร่ภาพหรือไม่นั้นก็คงไม่มีความแตกต่างใดๆ ความจริงก็คือคุณไม่มีวันได้เห็นบิน ลาเดน เดินบนโลกนี้อีกแล้ว” โอบามา ยืนยัน

ขณะที่หน่วยข่าวกรองของปากีสถาน เปิดเผยว่า ลูกสาววัย 12 ปี ของบิน ลาเดน ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่กับภรรยาชาวเยเมนของบิน ลาเดน เห็นภาพนาทีชีวิตขณะบิน ลาเดน ถูกยิง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพยานบุคคลที่สามารถยืนยันการเสียชีวิตของผู้ก่อการร้ายคนสำคัญของโลกได้

สอดคล้องกับรอยเตอร์ส ที่ล่าสุดได้เปิดเผยภาพถ่ายของชาย 3 คนในสภาพไร้อาวุธนอนจมกองเลือด โดยภาพดังกล่าวถูกถ่ายไว้ 1 ชั่วโมง หลังจากที่สหรัฐเข้าจู่โจมบ้านพักของบิน ลาเดน ทั้งนี้ตามรายงานว่า ได้ซื้อภาพถ่ายดังกล่าวต่อจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของปากีสถานที่ไม่เปิดเผยรายหนึ่ง ซึ่งได้เข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุหลังปฏิบัติการจับตาย

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวปรากฏภาพของชาย 2 คนในเครื่องแต่งกายแบบพื้นเมืองของชาวปากีสถาน ส่วนอีก 1 คนสวมเสื้อทีเชิ้ต โดยมีเลือดไหลออกจากหู จมูก และปาก อย่างไรก็ตาม ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ไม่มีศพไหนที่หน้าตาคล้ายบิน ลาเดน

สำหรับเหตุผลที่ทำให้รอยเตอร์สเชื่อว่าภาพดังกล่าวเป็นของจริง เนื่องจากรายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏในภาพถ่าย อาทิ ภาพซากเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับความเสียหายในเหตุจู่โจม ช่วงเวลาที่ปรากฏบนภาพถ่าย สภาพแสงและบรรยากาศที่สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาทิ ความละเอียดของแต่ละภาพที่ตรงกัน

ขณะที่พรรคจามัท อี อิสลามิ (เจไอ) พรรคการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของปากีสถาน เรียกร้องผู้สนับสนุนให้ชุมนุมอย่างสันติครั้งใหญ่ในวันศุกร์นี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปากีสถานเลิกสนับสนุนสงครามต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐ เนื่องจากเห็นว่าปฏิบัติการของสหรัฐเป็นการละเมิดอธิปไตยของปากีสถานซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ ด้วยการส่งทหารเข้ามาในเมืองอับบอตทาบัตเพื่อสังหารผู้นำอัลกออิดะห์

นอกจากนี้ ปากีสถานยังให้การสนับสนุนสหรัฐในการสู้รบกับกองกำลังอิสลาม และกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน

“ถึงแม้ว่าปากีสถานจะมีความเห็นอกเห็นใจต่อชาวอเมริกัน แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังเจือจางลงเมื่อสหรัฐละเมิดอธิปไตย และเอกราชของเรา” ประธานพรรคเจไอ กล่าว

ด้านฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีว่า การต่อสู้กับกลุ่มอัลกออิดะห์จะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าโอซามา บิน ลาเดน จะถูกปลิดชีพไปแล้วก็ตาม

“ขอให้พวกเราอย่าลืมว่า การสู้รบเพื่อหยุดยั้งกลุ่มอัลกออิดะห์ และเครือข่ายยังไม่สิ้นสุดลงด้วยการตายของคนเพียงคนเดียว” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปฏิบัติจับตายบิน ลาเดน

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี