
รุกได้แล้ว
เตือนไว้ไม่ทันขาดคำ
เตือนไว้ไม่ทันขาดคำ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ว่าอย่าไว้ใจคนอย่างนายฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา การเจรจาหยุดยิงเมื่อวันพฤหัสบดีก็เป็นแค่ลมปากที่ไม่มีเนื้อหาสาระอะไรทั้งนั้น
การสู้รบปะทุกันขึ้นมาอีก และดูเหมือนว่าจะดุเดือดเลือดพล่านกว่าเดิมเสียด้วย
ขณะนี้ก็ถือว่ากัมพูชาหงายไพ่ออกมาให้เห็นกันแล้วว่าต้องการอะไร จะทำอะไร คือต้องการให้ศาลโลกรื้อฟื้นตีความคำตัดสินเมื่อปี 2505 ใหม่ เพราะคำตัดสินนั้นไม่ชัดเจน ว่าเฉพาะปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเท่านั้น รวมถึงพื้นที่โดยรอบด้วยหรือไม่
ที่ผ่านมากัมพูชาเดินแผนรุกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทางการทูต หรือจะเป็นทางการทหาร ซึ่งไทยยึดหลักไม่รุกราน ทำได้อย่างดีแค่การจัดหนักกลับไป
ขณะนี้เกมเปลี่ยนไปแล้วครับ เรารู้แล้วว่ากัมพูชาต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร (ไม่ต้องการคุยกับไทย ไม่สนใจอาเซียนอีกต่อไป) ไทยก็ต้องเปลี่ยนท่าทีมาเป็นรุกบ้าง ที่สำคัญเราต้องรุกทางการทูตให้มาก เพราะต่อไปนี้งานหนักอาจจะต้องไปอยู่บนเวทีของศาลโลกที่เมืองเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าจะยอมเปิดการตีความอีกครั้งหรือไม่
ซึ่งก็มีโอกาสสูง เพราะข้ออ้างของกัมพูชานั้น “ฟังขึ้น” เพราะ 1.หากไม่เปิดการตีความใหม่ การพัฒนาพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะไม่ได้รับการยินยอมจากฝ่ายไทย และ 2.หากไม่เปิดการตีความใหม่ ปัญหาการปะทะทางชายแดนก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ดังที่จะเห็นว่า กัมพูชาไม่ยอมให้เสียงปืนตามชายแดนสงบลง ระดมยิงถล่มไทยอย่างต่อเนื่อง
ผมอยากเห็นประเทศไทยเดินเกมรุกทางการทูต เปิดฉากประณามเขมรให้ดังๆ มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามต่อพลเรือน ที่เขมรพุ่งเป้าโจมตีมาที่ประชาชนพี่น้องคนไทยของเราทั้งนั้น
ไทยต้องประณามเขมรให้ดังๆ ขึ้นอีก ว่าไม่เคารพต่ออธิปไตยของเพื่อนบ้านที่เสนอให้ปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งๆ ที่อยู่บนชายแดนร่วมกับเพื่อนบ้าน และไทยต้องประณามผู้นำเขมรให้ดังกว่านี้อีก ว่าเป็นอาชญากรสงคราม ก่อกรรมทำเข็ญต่อทั้งประชาชนชาวไทย และประชาชนกัมพูชาที่อยู่บริเวณชายแดน ที่ต้องบาดเจ็บล้มตายจากความอหังการ และความเห็นแก่ตัวของคนคนเดียว
สมัยนี้ยิ่งพูดดัง ยิ่งชิงความได้เปรียบก่อนเสมอ ไม่เชื่อลองพิจารณาดู ทั้งๆ ที่กัมพูชาโกหก ปลิ้นปล้อนมาตลอด เพียงแต่เขาตะโกนให้ชาวโลกได้ยินดังกว่าเรา กลายเป็นว่าเรากลายเป็นชาติอันธพาล บ้าสงคราม อยากได้ปราสาทพระวิหาร
ทั้งๆ ที่มันไม่จริง....!







