posttoday
ทองโลกอาจทะลุ 2000 ดอลลฺปีนี้ เหตูแบงก์ชาติกว้านซื้อ-ดอกเบี้ยมะกันยังต่ำ

ทองโลกอาจทะลุ 2000 ดอลลฺปีนี้ เหตูแบงก์ชาติกว้านซื้อ-ดอกเบี้ยมะกันยังต่ำ

02 พฤษภาคม 2554

ธนาคารกลางต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

ธนาคารกลางต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

 โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ธนาคารกลางต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เร่งกว้านซื้อทองคำลดการพึ่งพิงสกุลเงินต่างชาติ ทองคำโลกปีนี้เดือด

ราคาทองคำโลกอาจแตะ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ภายในปีนี้ เนื่องจากธนาคารกลางของหลายประเทศที่ในอดีตเคยเป็นผู้เทขายทองคำออกสู่ตลาด แต่ในขณะนี้กำลังเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นผู้กว้านซื้อคนสำคัญ เพื่อลดการสำรองเงินคงคลังลง ซึ่งความต้องการทองคำมากขึ้นจากธนาคารกลางเหล่านี้จะยิ่งทำให้ราคาทองคำในปีนี้กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อไป

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ธนาคารกลางของประเทศกำลังพัฒนาในโลกกำลังเร่งซื้อทองคำกันมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ราคาพุ่งแตะ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ หลังจากที่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาได้ทำสถิติใหม่ไปที่ 1,569.80 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ไปแล้วในการซื้อขายที่นิวยอร์ก

 

 

ทองโลกอาจทะลุ 2000 ดอลลฺปีนี้ เหตูแบงก์ชาติกว้านซื้อ-ดอกเบี้ยมะกันยังต่ำ

เฉพาะในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันถึง 15 ครั้ง อันเป็นผลกระทบจากนักลงทุนหนีออกจากตลาดเงินที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ประกอบกับภาวะวิกฤตกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนแห่เข้าสู่ตลาดทองคำซึ่งปลอดภัยกว่า

นอกจากนั้น ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐยังคงเป็นปัญหาใหญ่ อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้นโยบายดอกเบี้ย 0% ต่อไป ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในตลาดเงินมากยิ่งขึ้น

ด้าน โรเบิร์ต แมคอีเวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัทผู้ผลิตทองคำ “ยูเอส โกลด์ คอร์ป” กล่าวว่า จีนกำลังเดินหน้าที่จะสะสมทองคำมากขึ้น และดูเหมือนว่าจีนมีทองคำอยู่มากกว่าสหรัฐ และรัสเซียก็กำลังเดินตามรอยจีนเช่นกัน

“จีนต้องการแสดงให้เห็นว่าค่าเงินหยวนของจีนมีหลักประกันอยู่มากกว่าค่าเงินของสหรัฐ” แมคอีเวน กล่าว

จากข้อมูลของสภาทองคำโลก ระบุว่า ในปี 2010 ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ได้เริ่มกลายมาเป็นผู้กว้านซื้อทองคำในตลาดโลกเป็นครั้งแรกในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยได้มีการกว้านซื้อไปแล้ว 87 ตัน จากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เช่น ศรีลังกา และมอริเชียส ตลอดจนโบลิเวีย เป็นต้น

ส่วนจีนซึ่งมีสกุลเงินต่างประเทศในคลังสำรองมากถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐนั้น ก็เตรียมที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่เพื่อลงทุนในแร่ล้ำค่านี้โดยเฉพาะ ขณะที่รัสเซียนั้น ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ได้กว้านซื้อทองคำไปแล้วถึง 8 ตัน

นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า จีนซึ่งในปัจจุบันมีทองคำอยู่ในคลังสำรองคิดเป็น 16% ของคลังทั้งหมดนั้น อาจจะเริ่มการลงทุนในทองคำสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ซึ่งแน่ชัดว่าจีนต้องการที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดทองคำโลก และยังต้องการที่จะมีทองคำในคลังให้มากกว่าปริมาณเงินสำรองต่างประเทศด้วย หลังจากที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้นอ่อนค่าลงเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ทางด้านกระทรวงการคลังสหรัฐคาดการณ์ว่า ระดับหนี้ของรัฐบาลวอชิงตันจะทะลุ 14.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงราวกลางเดือน พ.ค. และในเดือน ก.ค. สหรัฐก็จะหมดทางเลือกของการหลีกหนีการเป็นหนี้เสียด้วย ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องรักษาระดับดอกเบี้ยต่อไปที่ 00.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งผลทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ในตะกร้าเงินต่างประเทศ 6 สกุลหลักนั้น ค่าเงินเหรียญสหรัฐได้อ่อนตัวลงไปแล้ว 11%

เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ก็คือการสร้างฐานของเงินเหรียญสหรัฐให้แข็งแกร่งที่สุดในระยะยาว และจะต้องรักษาระดับของภาวะเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปให้ได้ ซึ่งน่าจะช่วยรักษาระดับการซื้อเงินเหรียญสหรัฐได้บ้าง และในขั้นตอนต่อไปก็จะต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสหรัฐ

จากข้อมูลของสภาทองคำโลก ได้ประเมินว่า สหรัฐมีทองคำอยู่ทั้งสิ้น 8,133.5 ตัน หรือคิดเป็น 74.8% ของคงคลังสำรองทั้งหมดของประเทศ ขณะที่จีนถือทองคำมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลกอยู่ที่ 1,054.1 ตัน

ขณะเดียวกัน ทางด้าน ฟรานซิสโก บลังช์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคารเมอร์ริล ลินช์ ในนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังคงวางเป้าหมายที่จะเพิ่มทองคำในคลังสำรองต่างประเทศอีกราว 28%

ไมเคิล เพนโต จากบริษัท ยูโร แปซิฟิก แคปิตอล ให้ความเห็นว่า ศัตรูของทองคำที่สำคัญก็คือการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และบัญชีงบดุลของรัฐบาลที่ไม่มีปัญหา แต่ทว่าในขณะนี้รัฐบาลสหรัฐกำลังมีปัญหางบประมาณขาดดุลอย่างหนัก และดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำอยู่ในระดับสูงต่อไป อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐระบุว่าจะเดินหน้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อไปจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ด้วย ก็จะยิ่งทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนแอต่อไป ซึ่งทางด้านแมคอีแวน คาดการณ์ด้วยว่า ราคาทองคำอาจจะพุ่งไปถึง 5,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในอีกราว 34 ปีข้างหน้านี้ทีเดียว

ทั้งนี้ ราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 2,338.92 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 1980 ก่อนที่ พอล วอล์กเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐในขณะนี้ จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 20% และทำให้ราคาทองคำหล่นฮวบลงอยู่ที่ 873 เหรียญสหรัฐ ในเดือน มี.ค. ปีเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69