
ถ่ายทอดสดพระราชพิธีอภิเษกสมรส เจ้าชายวิลเลียม-แคเธอรีน มิดเดิลตัน
สัปดาห์สุดท้ายของเดือน เม.ย.ปีนี้
สัปดาห์สุดท้ายของเดือน เม.ย.ปีนี้
นอกจากจะมีเทศกาลอีสเตอร์ในวันอาทิตย์ที่ 24 ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองในหลายๆ ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ ได้แก่ พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ และ น.ส.แคเธอรีน (หรือเป็นที่รู้จักทั่วไปในนามเคต) มิดเดิลตัน ในวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกด้วย
บริษัท ทีเอ็นเอส รีเสิร์ช อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีเอ็นเอสกรุ๊ป อันเป็นกลุ่มบริษัทวิจัยการตลาดตามวัตถุประสงค์ของลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างออนไลน์ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาทัศนคติและความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสสำคัญของราชวงศ์อังกฤษที่กำลังจะมาถึงนี้
จากการคาดการณ์น่าจะมีผู้ชมการถ่ายทอดพระราชพิธีอภิเษกสมรสนี้ทางโทรทัศน์ 26.2 ล้านคน ซึ่งจำนวนผู้ชมดังกล่าว ทำให้การถ่ายทอดครั้งนี้เป็นรายการโทรทัศน์ที่มีจำนวนผู้ชมสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นรองจำนวนผู้ชมของพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อปี 2524 ที่ครั้งนั้นมีจำนวนผู้ชมถึง 28.4 ล้านคน
ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่ยอดผู้ชมรายการโทรทัศน์จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา พระราชพิธีต่างๆ ตอนจบของละคร หรือรายการพิเศษต่างๆ
เป็นที่น่าสนใจว่า นอกจากชาวอังกฤษแล้ว ผู้ชมในประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกาก็ให้ความสนใจชมการถ่ายทอดในครั้งนี้ด้วย (44% และ 42% ตามลำดับ) ซึ่งคาดว่าความสนใจที่จะชมการถ่ายทอดพระราชพิธีอภิเษกสมรสนี้มาจากความรู้สึกเชิงบวกที่มีต่อเจ้าชายวิลเลียม
จากการสอบถามความเห็นจากกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเจ้าชายวิลเลียมในฐานะกษัตริย์ในอนาคตของประเทศอังกฤษ โดยชาวอังกฤษมีความเห็นว่า ในวันข้างหน้าเจ้าชายวิลเลียมน่าจะเป็นกษัตริย์ที่ทันสมัย (50%) และห่วงใยประชาชน (43%) ในขณะที่ 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันเห็นว่าเจ้าชายวิลเลียมน่าจะเป็นกษัตริย์ที่ให้ความสนใจต่อปัญหาการเมืองในระดับโลก
ผลการสำรวจพบว่า ในกลุ่มผู้ที่กล่าวว่าจะชมการถ่ายทอดพิธีดังกล่าวทางโทรทัศน์นั้น คาดว่าจะมีการใช้จ่ายขนมและเครื่องดื่มเพื่อรับประทานระหว่างชมการถ่ายทอดเป็นจำนวนเงินรวมกันถึง 195 ล้านปอนด์ หรือคิดเฉลี่ยเป็นเงิน 30 ปอนด์ต่อผู้ชม อีกทั้งยังพบว่ามีลูกจ้างทั่วประเทศอังกฤษ 7.7 ล้านคน ที่จะลางานในสัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์
ในแง่ของนักการตลาด ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการด้านสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มมีโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่มีการถ่ายทอดรายการพิเศษต่างๆ ดังนั้นการวางแผนการตลาดเพื่อรองรับและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในโอกาสพิเศษเหล่านี้ รวมถึงการจัดทำสินค้าที่ระลึกในโอกาสต่างๆ หรือสินค้ารุ่นที่มีจำนวนจำกัดเพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่นักการตลาดไม่ควรพลาด







