posttoday
‘โอบามา’ กดดัน ‘จีน’ ลอยค่าหยวน-เปิดประตูให้สินค้ามะกัน

‘โอบามา’ กดดัน ‘จีน’ ลอยค่าหยวน-เปิดประตูให้สินค้ามะกัน

04 กุมภาพันธ์ 2553

ผู้นำสหรัฐออกโรงกดดันจีนลอยค่าหยวน ขอให้สินค้าสหรัฐบุกตลาดจีนบ้าง หวังเร่งขยายส่งออกสร้างงานในประเทศลดแรงกดดันทางการเมือง

ผู้นำสหรัฐออกโรงกดดันจีนลอยค่าหยวน ขอให้สินค้าสหรัฐบุกตลาดจีนบ้าง หวังเร่งขยายส่งออกสร้างงานในประเทศลดแรงกดดันทางการเมือง

 

‘โอบามา’ กดดัน ‘จีน’ ลอยค่าหยวน-เปิดประตูให้สินค้ามะกัน ภาพ เอเอฟพี - บารัก โอบามา

ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ประกาศจุดยืนกลางที่ประชุมร่วมกับสมาชิกวุฒิสภารัฐเดโมแครต ต้องกดดันให้จีนเดินตามกฎเกณฑ์องค์การการค้าโลก โดยเฉพาะการกดค่าเงินหยวนให้อ่อนเกินความจริงป้องกันไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานความเป็นจริง และเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าสหรัฐเข้าไปยังตลาดต่างประเทศได้บ้าง ถือเป็นการระเบิดสงครามวิวาทะรอบใหม่ขึ้นระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลก หลังจากที่เพิ่งเกิดความขัดแย้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองไปไม่นาน

หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็จะเป็นการช่วยสร้างงานให้กับชาวอเมริกันได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย และสอดคล้องกับวาระที่โอบามาแถลงผลงานต่อรัฐสภา โดยประกาศให้การสร้างงานเป็นภารกิจหลักในปี 2553 พร้อมให้คำมั่นจะขยายการส่งออกเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปีข้างหน้านี้

ด้าน หม่า เจาซู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบโต้ทันควันหลังจากที่ผู้นำพญาอินทรีขู่จะดำเนินมาตรการทางการค้ากับจีนให้เข้มข้นขึ้นว่า เงินหยวนไม่ใช่ปัญหาต่อการส่งออกสินค้าอเมริกัน ค่าเงินหยวนในปัจจุบันก็มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นฐานความเป็นจริงแล้ว

“ปัจจุบันนี้ หากพิจารณาถึงดุลชำระเงินระหว่างประเทศ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และความต้องการสินค้าทั่วโลกจะเห็นได้ชัดว่า ระดับของเงินหยวนนั้นใกล้เคียงกับจุดสมดุลมากแล้ว ขณะที่การกล่าวหาและการกดดันนั้น ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้ให้ดีขึ้นแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ ทั่วโลกได้พยายามกดดันจีนให้ลอยค่าเงินหยวนมาตลอด และเห็นว่าการที่จีนแทรกแซงกดดันหยวนให้อ่อนค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ก็เพื่อเอื้อต่ออุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศทั่วโลก และทำให้การค้าที่เป็นสมดุล และไม่เป็นธรรมขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน