posttoday
เรื่องนี้สุดจะทนไหว

เรื่องนี้สุดจะทนไหว

12 เมษายน 2554

 เล่นเอานายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งแดนผู้ดีถึงกับของขึ้นทีเดียวเมื่อได้อ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอังกฤษ

 เล่นเอานายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งแดนผู้ดีถึงกับของขึ้นทีเดียวเมื่อได้อ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอังกฤษ

ระหว่างนั่งเครื่องบินกลับจากปากีสถาน ที่เย้ยว่า ประเทศอังกฤษเป็นตัวการอันดับแรกที่ก่อให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากไปรุกรานชาวบ้านในช่วงล่าอาณานิคมไว้เยอะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือความบาดหมางระหว่างอินเดียกับปากีสถาน กรณีแคว้นแคชเมียร์

 

เรื่องนี้สุดจะทนไหว

ส่วนที่มาที่ไปของบทความชิ้นนี้ก็มาจากสุนทรพจน์ที่ท่านคาเมรอนกล่าวต่อผู้ฟังชาวปากีสถานว่า อังกฤษมีความห่วงใยต่อปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยอังกฤษไม่ได้ต้องการมีบทบาทนำใดๆ ในเวทีโลก เพียงแต่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่อังกฤษต้องก้าวออกมาเป็นผู้รับผิดชอบ

บรรดานักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ ชาวบ้าน และนักข่าว ฟังแล้วเกิดอาการหมั่นไส้ เลยเป็นที่มาของรายงานข่าวดังกล่าว ประมาณว่าเพราะเป็นตัวก่อปัญหา เลยต้องมานั่งแก้ปัญหาแบบนี้

ในฐานะผู้นำประเทศ ประเทศโดนหยามแบบนี้ ก็อดรนทนไม่ไหว ลุกจากที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเดินไปห้องโดยสารสำหรับคณะนักข่าวผู้ติดตาม เพราะอยากจะเจอหน้าคนที่เขียนข่าวนี้สักหน่อย โทษฐานด่าประเทศตัวเองแบบไม่รู้กาลเทศะ

แต่ระดับนายกรัฐมนตรีจะเข้าไปตั๊นหน้านักข่าวสักหมัดสองหมัดก็คงจะไม่เหมาะนัก พอสืบรู้ว่าใครหน้าไหนเขียน ท่านก็เดินยิ้มๆ เข้าไปหาพูดคุยทักทายเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนชี้หน้า แจกคำด่าสั้นๆ ได้ใจความว่า “F*** you” แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป

งานนี้เลยทำให้เหล่านักข่าวรู้ว่า วิจารณ์เรื่องไหนๆ ท่านนายกฯ ทนได้หมด แต่ถ้าวิจารณ์ประเทศอังกฤษ คาเมรอนทนไม่ได้ n

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี