
ครบ 1 เดือนระทึก อาฟเตอร์ช็อกถล่มซ้ำ สั่งอพยพเพิ่ม หนีวิกฤตินิวเคลียร์
ธรณีเขย่า รำลึกครบรอบ 1 เดือนแผ่นดินไหวสึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่วิกฤตนิวเคลียร์ยังไม่คลี่คลาย ทางการสั่งขยายพื้นที่อพยพเพิ่ม
ธรณีเขย่า รำลึกครบรอบ 1 เดือนแผ่นดินไหวสึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่วิกฤตนิวเคลียร์ยังไม่คลี่คลาย ทางการสั่งขยายพื้นที่อพยพเพิ่ม
ชาวญี่ปุ่นรำลึกครบรอบ 1 เดือนแห่งโศกนาฏกรรมครั้งรุนแรง แผ่นดินไหวสึนามิถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ด้วยเหตุอาฟเตอร์ช็อกสุดระทึกอีกครั้ง เอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เกิดเหตุอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรงขนาด 7.1 ริกเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บนพื้นดิน ลึกลงไปเพียง 10 กิโลเมตร ห่างไปทางเหนือของกรุงโตเกียวราว 160 กม. และห่างจากจังหวัดฟูกุชิมาไปทางเหนือประมาณ 81 กม. ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนสึนามิความสูง 3 เมตร แต่ได้ยกเลิกคำเตือนในอีก 1 ชั่วโมงถัดมา
แรงสั่นสะเทือนจากเหตุอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้อาคารในกรุงโตเกียวสั่นสะเทือน และสนามบินหลักในกรุงโตเกียวต้องปิดรันเวย์สองแห่ง ขณะที่บริษัท อิเล็กทริก โตเกียว เพาเวอร์ (เทปโค) ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวสึนามิ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ระบุว่า กระแสไฟฟ้าถูกตัดไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยอาฟเตอร์ช็อกระลอกล่าสุดนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับโรงไฟฟ้า
นอกจากนี้ มีรายงานว่าประชาชนที่ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งที่เมืองเซนได ต่างหวีดร้องด้วยความตกใจและวิ่งหนีออกมาด้านนอก หลังจากหน้าต่างและข้าวของต่างๆ มีอาการสั่นไหวเป็นเวลานานประมาณ 12 นาที ก่อนที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม อาฟเตอร์ช็อกความรุนแรงสูงครั้งนี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยูคิโอะเอดาโนะ หัวหน้าคณะเลขาธิการแห่งคณะรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมขยายพื้นที่อพยพประชาชนที่อยู่รอบล้อมโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค. จนทำให้ระบบหล่อเย็นภายในโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายเพิ่มเติม เนื่องจากเกรงว่าการฟุ้งกระจายของกัมมันตรังสีจะเป็นอันตรายต่อสุภาพ
เอดาโนะ ระบุว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน แต่ที่รัฐบาลจำเป็นต้องสั่งให้มีการอพยพเพิ่มเติมนั้น เนื่องจากมีการตรวจพบการแพร่กระจายของกัมมันตรังสีในระดับสูงในบางพื้นที่ จนทำให้หวาดเกรงว่าเสี่ยงจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว หากวิกฤตโรงไฟฟ้ายืดเยื้อ
ทั้งนี้ เอดาโนะ ระบุว่า ภายในระยะเวลา 1 เดือน ประชาชนในหมู่บ้านคัทซึราโอ เมืองนามี หมู่บ้านอิตาเตะ พื้นที่บางส่วนในเมืองคาวามาตะ และเมืองมินามิโซมา ต้องย้ายออกจากพื้นที่
“พื้นที่ที่รัฐบาลเห็นว่าสมควรมีการอพยพเพิ่มเติมนี้ เป็นพื้นที่ที่เข้าข่ายว่าจะมีการแพร่กระจายของกัมมันตรังสีสูงถึง 20 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี” เอดาโนะ กล่าว
ด้านหนังสือพิมพ์เจแปนไทมส์รายงานว่า ทางการจะสั่งปิดพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในรัศมี 20 กิโลเมตร เพื่อสกัดไม่ให้ชาวบ้านกลับไปเก็บทรัพย์สินจากซากบ้านเรือนของตน จนปนเปื้อนกัมมันตรังสี
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 20 กม.จากโรงไฟฟ้าที่มีปัญหา แต่ในส่วนของประชาชนที่อยู่ห่างจากรัศมีดังกล่าว ทางการแนะนำให้อยู่ แต่ในบ้าน โดยที่ผ่านมารัฐบาลปฏิเสธมาตลอดว่ายังไม่เห็นความจำเป็นต้องมีการ สั่งอพยพเพิ่มเติม แม้ที่ผ่านมา สำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) จะเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศขยายพื้นที่อพยพ ขณะที่สหรัฐและออสเตรเลีย เตือนพลเมืองในญี่ปุ่นอยู่นอกรัศมี 80 กม.ก็ตาม
ส่วนความคืบหน้าปฏิบัติการกู้วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ล่าสุด โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงข่าวดีว่า แนวโน้มที่ว่าสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นเลวร้ายลงและจะก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีรุนแรงครั้งใหม่นั้น เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยอมรับว่า สถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ
นอกจากวิกฤตโรงไฟฟ้าที่ยืดเยื้อแล้ว เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ยังเป็นวันครบรอบ 1 เดือนแห่งโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเมื่อวานนี้ชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งในเวลา 12.46 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 14.46 น.) เพื่อไว้อาลัยแก่ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตหลายพันคนจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิซัดถล่ม ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดขณะนี้เพิ่มเป็น 1.3 หมื่นคนแล้ว
ทั้งนี้ เอดาโนะ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในงานแถลงข่าว พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุภัยพิบัติ และยุติวิกฤตนิวเคลียร์ให้ได้
“เราขอแสดงความเสียใจที่เป็นต้นเหตุสร้างความยากลำบากและไม่สะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องพำนักอยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราว” เอดาโนะ กล่าว
เช่นเดียวกัน ฮิเดฮิโกะ นิชิยามะ เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (นิซา) ที่ออกมาขอโทษต่อกรณีที่ปล่อยให้มีการฟุ้งกระจายของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งมีแนวโน้มว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“เป็นเรื่องยากที่จะกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนว่าเราจะสามารถคลี่คลายปัญหาโรงไฟฟ้าได้เมื่อใด” นิชิยามะ กล่าว
ด้านนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ลงข้อความโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ ที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วโลก เพื่อขอบคุณประชาชนใน 130 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ที่สนับสนุนญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่ญี่ปุ่นเผชิญ ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิ
ขณะที่มาซาตากา ชิมิซึ ประธานเทปโค เดินทางลงพื้นที่จัหวัดฟูกุชิมา เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตขึ้น โดยประธานเทปโคได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนในฟูกุชิมา และประชาชนที่อยู่รอบๆ โรงไฟฟ้า







