posttoday
ทำลายโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้องใช้เวลาหลายสิบปี

ทำลายโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้องใช้เวลาหลายสิบปี

11 เมษายน 2554

ญี่ปุ่นต้องใช้เวลาหลายสิบปีถึงจะทำลายโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไดอิจิได้ ขณะที่แผนการหยุดปล่อยน้ำทะเลปนเปื้อนลงทะเลต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากอาฟเตอร์ช็อคเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ญี่ปุ่นต้องใช้เวลาหลายสิบปีถึงจะทำลายโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไดอิจิได้ ขณะที่แผนการหยุดปล่อยน้ำทะเลปนเปื้อนลงทะเลต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากอาฟเตอร์ช็อคเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การจะกำจัดทิ้งเตาปฏิกรณ์ต่างๆที่โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไดอิจิ ฟูกูชิมา นั้นอาจจะต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษ หรือหลายสิบปีทีเดียว เนื่องจากการตกค้างของสารกัมมันตรังสีในปริมาณมหาศาล นอกจากนั้นยังคาดการณ์ว่า กระบวนการกำจัดทิ้งยังตั้งใช้งบประมาณอีกก้อนโตอีกด้วย

ส่วนในวันนี้ เจ้าหน้าที่บริษัทเทปโค เปิดเผยว่า จะเริ่มหยุดการทิ้งน้ำปนเปื้อนจากโรงปฏิกรณ์ลงสู่ทะเลให้ได้ หลังจากที่กำหนดการเดิมที่จะหยุดการทิ้งน้ำลงทะเลตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ต้องสะดุดไปเนื่องจากเกิดไฟฟ้าขัดข้องอันเป็นผลจากอาฟเตอร์ช็อค 7.1 ริคเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี และเมื่อวันอาทิตย์ก็ยังไม่สามารถหยุดกระบวนการดังกล่าวได้

โฆษกของเทปโคกล่าวว่าเจ้าหน้าที่เร่งตรวจระบบ และตรวจระดับปริมาณน้ำปนเปื้อนที่เหลืออยู่ในบ่อ ก่อนที่จะเริ่มหยุดการปล่อยทิ้งในวันนี้ ส่วนขั้นตอนต่อไปนั้น ทางด้าน ฮิเดฮิโกะ นิชิยามา รองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นยอมรับว่าในขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสภาพของปัญหาจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งลดความเย็นของเตาปฏิกรณ์ให้ได้ก่อนเพื่อหยุดยั้งการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางด้าน นาย ซากาเอะ มูโตะ รองประธานเทปโก ยังได้แถลงข่าวขอโทษต่อชาวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ต่อปัญหานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น

“ผมอยากจะขอโทษจากใจต่อความวิตกกังวล และปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้สังคมวิตกกังวลต่อการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่ฟุ้งขึ้นสู่บรรยากาศ และปนเปื้อนลงสู่น้ำทะเล” รองประธานเทปโคกล่าว

ที่ผ่านมา จีน และเกาหลีใต้ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานแก้ไขปัญหานี้ของญี่ปุ่นอย่างรุนแรง โดยทางด้านรัฐบาลกรุงโซล ถึงกับกล่าวว่าเป็นการไร้ซึ่งความสามารถของญี่ปุ่นต่อการจัดการแก้ปัญหานี้ซึ่งยืดเยื้อมานาน 1 เดือนแล้ว

ทั้งนี้ เมือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนชาวญี่ปุ่นราว 5,000 คนได้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงต่อต้านนิวเคลียร์กันครั้งใหญ่ โดยต่างถือป้ายข้อความอ่านได้ว่า “ต้องไม่มีโรงปฏิกรณ์ฟูกูชิมาอีกต่อไป” และ “จะต้องไม่มีนิวเคลียร์อีกต่อไป”  โดยผู้ประท้วงส่วนหนึ่งได้เคลื่อนขบวนไปที่สักงานใหญ่ของบริษัทเทปโคอีกด้วย

ด้าน บริษัท โตโยต้า ผู้ผลิตยานยนต์อันดับ 1 ของโลกได้เปิดเผยว่า จะเริ่มกระบวนการผลิตที่โรงงานต่างๆในญี่ปุ่นทั้งหมดในระหว่างวันที่ 18 -27 เมษายนนี้ โดยที่กำลังการผลิตจะเริ่มกลับมาเดินเครื่องราวครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตเดิม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นยังออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นของจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งปรากฏว่า พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น(ดีพีเจ) ของนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง นั้นต้องสูญเสียเก้าอี้ในสภาท้องถิ่นให้กับพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน เป็นจำนวนมากหลังจากที่ประชาชนไม่พอใจกับการแก้ปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์ในครั้งนี้ 

 สำนักข่าวเกียวโด รายงานเมื่อเช้านี้ว่า พรรคดีเจพี ได้สูญเสียไปเกือบ 70 ที่นั่ง ทีเดียว โดยทางด้าน นาย โนบูเตรุ  อิชิฮารา เจ้าหน้าที่พรรคแอลดีพี ซึ่งเป็นฝ่ายค้านกล่าวว่า ผลกรเลือกตั้งที่ปรากฏออกมานั้นแสดงให้เห็นว่า ประชาชนกำลังตั้งคำถามขึ้นว่า จะปล่อยให้รัฐบาลของนาย คัง จัดการปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไปหรือไม่

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งดังกล่าวถือว่าไม่น่าประหลาดใจนักเนื่องจากก่อนที่จะเกิดวิกฤตแผ่นดินไหว สึนามิ และนิวเคลียร์นั้น ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรี นาโอโตะคังก็ตกต่ำอย่างที่สุดอยู่แล้ว โดยลดลงไปอยู่ที่ราวๆ 20% เท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลังจากวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เกิดแผ่นดินไหว นั้น  คำแนนนิยมในตัวเขาจะกระเตื้องขึ้นมาบ้างที่ราวๆ 30% แต่ทว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่พอใจกับการจัดการปัญหาโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นตกอยู่ในอันตราย

ด้านนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า คัง ไม่น่าจะถูกกดันให้ลาออกในช่วงนี้ ซึ่งยังเป็นช่วงวิกฤตอยู่ ซึ่งกว่าที่จะเจ้าหน้าที่จะแก้ปัญหาโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้นั้นอาจจะต้องกินเวลานานหลายเดือน 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่