
ถึงครายุโรป
เมื่อวันก่อนโน้น รับใช้ท่านผู้อ่านไปว่า สหรัฐจากที่ชะล่าใจต่อปัญหาเงินเฟ้อ
เมื่อวันก่อนโน้น รับใช้ท่านผู้อ่านไปว่า สหรัฐจากที่ชะล่าใจต่อปัญหาเงินเฟ้อ
ก็เริ่มหันมาจับตามองตัวเลขเงินเฟ้อกันอย่างไม่กะพริบตา ส่วนจีนเมื่อสองวันก่อนก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 6 เดือน ก็เพราะปัญหาเงินเฟ้อเช่นกัน ส่วนธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ก็ออกมาเตือนให้เอเชียทั้งหลายระวังปัญหานี้ให้ดี
มาถึงเมื่อวานนี้ ก็ถึงคราของยุโรปครับ ในขณะที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ก็มีการเก็งกันว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะขึ้นดอกเบี้ย 0.28% ไปอยู่ที่ 1.28%
ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ยุโรปจะขึ้นดอกเบี้ยนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อ 3 ปีก่อน และถือเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดของการกระตุ้นเศรษฐกิจในยุโรป เพราะว่าขณะนี้ภาวะเงินเฟ้อเริ่มส่อแววให้เห็นแล้ว
ถือว่ายุโรปไหวตัวเร็วกว่าเกือบจะทุกประเทศในระดับเดียวกันต่อปัญหานี้ แม้ว่าระดับเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนจะยังไม่น่าห่วง แต่ก็มีทิศทางที่น่าห่วง โดยระดับเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6% และน่าจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ หากยุโรปยังชะล่าใจอยู่ ส่วนสหรัฐอยู่ที่ราวๆ 2% เห็นจะได้
ดังนั้น เศรษฐกิจโลกในปีนี้น่าจะถึงเวลาสิ้นสุดอย่างจริงๆ ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะเข้าสู่ยุคปัญหาเงินเฟ้อกัน แม้กระทั่งสหรัฐเองที่ก่อนหน้านี้ได้ยึดมั่นในแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจกัน แต่แล้วก็ต้องเริ่มเขวกันบ้าง จากรายงานการประชุมของเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐก็เริ่มมีความเห็นแตกแยกกันแล้ว ว่าจะกระตุ้นต่อหรือไม่ เพราะปัญหาเงินเฟ้อมารออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว
กลับมาที่ยุโรปครับ ข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ยังมีขึ้นพร้อมๆ กับข่าวที่โปรตุเกส ที่ถูกบริษัทจัดอันดับเครดิตหั่นอันดับลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะรัฐบาลยังแก้ปัญหาขาดดุลไม่ตก และทำให้ศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังตกฮวบๆ ไปทุกที ล่าสุดโปรตุเกสก็ยอมที่จะขอความช่วยเหลือจากอียูแล้ว
ในด้านหนึ่ง ถือเป็นข่าวดีต่อตลาดทุน ที่ค่อนข้างที่จะ “โล่งอก” ว่าการขอความช่วยเหลือของโปรตุเกสนั้นจะทำให้ปัญหาของยูโรโซนถูกแก้ไปอีกเปลาะหนึ่ง เห็นได้จากเมื่อมีข่าวนี้ทันที ดัชนีหุ้นในตลาดยุโรปก็ดีดตัวขึ้นทันใด
แต่สำหรับโปรตุเกส สเปน กรีซ ตลอดจนไอร์แลนด์ ซึ่งล้วนแต่เป็นชาติที่มีปัญหาหนี้อาจจะดีใจไม่ออก เพราะจากการที่ธนาคารกลางยุโรปเตรียมขึ้นดอกเบี้ยนั้น จะยิ่งทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้เป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น
กลุ่มยูโรโซนกำลังกลับมาเจอแนวรบสองด้านแบบที่เลี่ยงไม่ได้ ด้านหนึ่ง จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของยุโรป
แต่อีกด้านหนึ่ง การขึ้นดอกเบี้ยก็จะทำให้ชาติที่มีปัญหาในวิกฤตหนี้ต้องเจอกับงานหนักมากขึ้น และหากปัญหาในประเทศเหล่านี้ทรุดลงไปอีก ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินยูโร และกระเทือนถึงเศรษฐกิจของยุโรปในภาพรวมเช่นกัน
ยุโรปถือว่าสาหัสกว่าสหรัฐและจีน เพราะกำลังเจอปัญหาแบบสองเด้ง เลือกทางหนึ่งทางใดไม่ได้เสียด้วย







