
จีนเร่งหั่นวงเงินปล่อยกู้
คุมเข้มสุดตัวหวั่นปัญหาฟองสบู่
‘ฟิทช์’ตราหน้าเสี่ยงสุดในเอเชียโพสต์ทูเดย์ — จีนคุมด่วน ตั้งเพดานวงเงินปล่อยกู้ไตรมาสแรกน้อยกว่าปีที่แล้วถึงครึ่งหนึ่ง ผวาหนักภาวะฟองสบู่ก่อตัว ฟิทช์ เรทติ้งส์ ลั่นธนาคารจีนเสี่ยงสุดในเอเชีย แต่โยกบัญชีกลบปัญหา
หนังสือพิมพ์ 21 เซ็นจูรี บิซิเนส เฮอร์รัลด์ ในจีนรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่ออกนามเมื่อวานนี้ว่า ทางการจีนต้องการที่จะควบคุมการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ทั่วประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ให้ลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากปริมาณการปล่อยกู้ในปีที่แล้ว
แหล่งข่าวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐจีนตั้งเป้าที่จะให้มีการปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 2.4 ล้านล้านหยวน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2010 โดยลดลงจากช่วงไตรมาสแรกของปี 2009 ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่ 4.58 ล้านล้านหยวน
รายงานระบุว่า ในขณะนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีนทั้งหลายเริ่มเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้นทั้งกับผู้กู้เดิม และเริ่มที่จะปฏิเสธการกู้ใหม่มากขึ้นในช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
วงเงินปล่อยกู้โดยรวม 2.4 ล้านล้านหยวนดังกล่าวคิดเป็นได้ราว 30% ของวงเงินการปล่อยกู้ทั้งหมดที่จีนได้ตั้งเป้าเอาไว้ในปีนี้ที่จะให้มีการปล่อยกู้ได้ที่ 7.5 ล้านล้านหยวน ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกปริมาณการปล่อยกู้จะมีมาก และจะค่อยๆ ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี
การควบคุมการปล่อยกู้อย่างเข้มงวดของรัฐบาลจีนในครั้งนี้มีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทผู้จัดอันดับเครดิตชื่อดังได้ประกาศลดอันดับเครดิจของธนาคาร ขนาดกลางของจีน 2 แห่ง คือ ธนาคารไชนา ซิติก แบงก์ และธนาคารไชนา เมอร์แชนท์ แบงก์ ซึ่งถือว่าเป็นการดาวน์เกรดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนหลังจากที่ทั้งสองธนาคารดังกล่าวมีความเสี่ยงว่าจะเกิดปัญหาหนี้เน่าสูงมาก
เมื่อปีที่แล้วทั้งสองธนาคารดังกล่าวได้ปล่อยกู้ออกไปอย่างบ้าคลั่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี ทำให้เงินทุนสำรองของทั้งสองธนาคารลดลงอย่างฮวบฮาบลงด้วย
นอกจากนั้น ล่าสุด ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังเตือนอีกว่า มีธนาคารจีนหลายแห่งในจีนที่กำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชีย
ทั้งนี้ ในการประเมินภาคธนาคารของภูมิภาคเอเชียของฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้แสดงความกังวลว่าธนาคารสัญชาติจีนกำลังเดินหน้าเข้าสู่ปัญหาใหญ่มากมายโดยเฉพาะปัญหาหนี้เสียหลังจากที่ปล่อยกู้กันมากเกินไป ซึ่งเมื่อปีที่แล้วการเติบโตของการปล่อยกู้ในจีนสูงถึง 32% ทีเดียว
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังกล่าวด้วยว่า ธนาคารจีนยังต้องสงสัยถึงเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ามีการโยกย้ายบัญชี ซึ่งจะทำให้ปัญหาฟองสบู่นั้นจะยังไม่ผุดออกมาให้เห็นในเร็วๆ นี้







