
โตเกียวเสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง
กูรูชี้เหตุแผ่นเปลือกโลกขยับ‘50ฮีโร่’ยังสู้เดินหน้ากู้วิกฤต
กูรูชี้เหตุแผ่นเปลือกโลกขยับ‘50ฮีโร่’ยังสู้เดินหน้ากู้วิกฤต
หายนะล่าสุดทำโตเกียวเสี่ยงธรณีพิโรธครั้งรุนแรง แต่เชื่อไม่รุนแรงถึง 9 ริกเตอร์
บรรดานักภูมิศาสตร์เชื่อว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งเลวร้ายที่เขย่าพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นนอกจากทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลกแล้ว ผลจากการพุ่งชนของแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกได้ทำให้เกิดแรงดันมากขึ้นบริเวณรอยเลื่อนใกล้กรุงโตเกียว
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเร็วๆ นี้ และแม้ว่าจะเกิดจริง ลักษณะโครงสร้างของแผ่นธรณีภาค และลักษณะแนว รอยเลื่อนรอบๆ กรุงโตเกียวไม่น่าจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงขนาด 9 ริกเตอร์ได้อีกครั้ง
แต่ด้วยจำนวนประชากรที่หนาแน่นถึง 39 ล้านคน ในกรุงโตเกียว ทำให้คาดได้ว่า ความรุนแรง ขนาดใดก็สร้างความเสียหายได้เหมือนกัน
“หากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่ระดับ 7.5 ริกเตอร์ ก็ถือว่าร้ายแรงแล้ว” โรเจอร์ มูสซัน นักภูมิศาสตร์จากบริติช จีโอโลจิคอล เซอร์เวย์ กล่าว
ขณะที่ปฏิบัติการกู้วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิชิยังคงดำเนินต่อไป โดยอาสาสมัครผู้เสียสละยังสลับกันเข้าไปปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
“อาจจะเกิดระเบิดขึ้นอีก หรือระดับสารกัมมันตรังสีอาจพุ่งสูงขึ้น แน่นอน ผมมีทางเลือกที่จะปฏิเสธ และครอบครัวของผมก็บอกให้ผมทำเช่นนั้น เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ผมเชื่อว่าทุกคนจะตัดสินใจ แบบเดียวกัน” วิศวกรของเทปโคให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไมนิชิ
ด้านบริษัท การไฟฟ้าโตเกียว (เทปโค) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิชิซึ่งกำลังมีปัญหา เปิดเผยว่า อาสาสมัครที่ยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพันทั้งหมดต้องสัมผัสกับปริมาณสารกัมมันตรังสีที่ฟุ้งกระจายออกมาอย่างน้อย 100 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งสูงกว่าระดับปกติที่พนักงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นได้รับถึง 2 เท่า
ทั้งนี้ เทปโคยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพนักงานที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย และมีพนักงานที่สัมผัสกับสารกัมมันตรังสีในปริมาณสูงกว่า 100 มิลลิซีเวิร์ตกี่ราย โดยเปิดเผยเพียงว่า มีพนักงาน 1 คนถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล เนื่องจากอาเจียน และมีอาการซึมเศร้าหลังได้รับสารกัมมันตรังสีในปริมาณสูงกว่า 100 มิลลิซีเวิร์ต ระหว่างปฏิบัติการปิดวาล์วที่โครงสร้างด้านนอกอาคารปฏิกรณ์เพื่อระบายแรงดัน
ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พุ่งไปอยู่ที่ 8,450 ราย สูญหาย 12,931 ราย







