posttoday
ลิเบียเดือด-น้ำมันทะยานสหรัฐเล็งผุดQE3-เอเชียขึ้นดอกเบี้ย

ลิเบียเดือด-น้ำมันทะยานสหรัฐเล็งผุดQE3-เอเชียขึ้นดอกเบี้ย

09 มีนาคม 2554

วิกฤตลิเบียดันราคาน้ำมันทะลุเพดาน สหรัฐเผยอาจเข้าซื้อพันธบัตรอีกระลอกใหญ่หากราคาน้ำมันยังไม่หยุดเดือด ด้านเอเชียเจอเงินเฟ้อถล่มจ่อขึ้นดอกเบี้ยอีกระลอก

วิกฤตลิเบียดันราคาน้ำมันทะลุเพดาน สหรัฐเผยอาจเข้าซื้อพันธบัตรอีกระลอกใหญ่หากราคาน้ำมันยังไม่หยุดเดือด ด้านเอเชียเจอเงินเฟ้อถล่มจ่อขึ้นดอกเบี้ยอีกระลอก

เดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาแอตแลนตา เผยว่า ถ้าราคาน้ำมันยังคงไต่ระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องดังที่เป็นอยู่นี้ อาจจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องออกมาตรการทุ่มซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ หรือมาตรการ คิวอี3 (Quantitative Easing)

ลิเบียเดือด-น้ำมันทะยานสหรัฐเล็งผุดQE3-เอเชียขึ้นดอกเบี้ย

แม้ว่า ล็อกฮาร์ต ยังคงเชื่อมั่นว่าราคาน้ำมันโลกในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ราว 106 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลนั้น จะยังไม่ได้ก่อปัญหามากมายนัก แต่ก็เชื่อมั่นว่าราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้

“ผมคิดว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วง 120 เหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นระดับที่ยังคงบริหารจัดการได้ แต่ถ้าราคาขยับขึ้นราว 150 เหรียญสหรัฐ จะถือเป็นระดับที่น่ากังวลมาก” ล็อกฮาร์ต กล่าว

ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ที่ค่อนข้างคลุมเครือในการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประตูของความเป็นไปได้ในการออกมาตรการ คิวอี3 ยังคงไม่ได้ปิดตายทั้งหมด

เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เฟดได้ประกาศใช้นโยบาย คิวอี2 มูลค่ากว่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกดให้ดอกเบี้ยในสหรัฐอยู่ในระดับต่ำต่อไป ซึ่งส่งผลในด้าน บวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่ามาตรการดังกล่าวกลัวทำให้กระแสทุนไหลออกจากสหรัฐมายังเอเชียอย่างร้อนแรงจนทำให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นเกือบทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันโลกได้เพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 20% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่จะสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐเท่านั้น ทว่ากำลังสร้างความปั่นป่วนกับเอเชีย ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเงินเฟ้ออยู่ โดยคาดว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ในเอเชียต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น

บลูมเบิร์ก ระบุว่า ธนาคารกลางเกาหลี ธนาคารกลางมาเลเซีย รวมทั้งธนาคารกลางสิงคโปร์ ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ เพื่อบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังรุมเร้าอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยจากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยบลูมเบิร์กคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์นี้

บลูมเบิร์ก ระบุ ด้วยว่าเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับ 0% ต่อไปในปีนี้ จะส่งผลต่อสกุลเงินเอเชียให้แข็งค่าอย่างต่อเนื่องในปีนี้เช่นกัน

วันเดียวกัน สถาบันทางการเงินและบริษัทค้าน้ำมันข้ามชาติยักษ์ใหญ่ของฝั่งตะวันตกได้ระงับการซื้อขายน้ำมันกับลิเบีย แล้ว สอดรับกับมาตรการแซงก์ชันที่ ประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า มอร์แกน สแตนเลย์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งปกติทำหน้าที่ดำเนินการซื้อน้ำมันจากลิเบียให้กับลูกค้าของธนาคาร ได้ระงับการซื้อขายน้ำมันกับลิเบียแล้ว รวมทั้งบริษัท โคโนโค ฟิลลิปส์ ที่งดการส่งออกน้ำมันที่ผลิตในลิเบียราว 4.6 หมื่นบาร์เรลต่อวัน สำทับด้วย เอ็กซอน โมบิล และบีพี บริษัทน้ำมันสัญชาติอังกฤษที่ยังคงไม่มีการทำสัญญาซื้อขายเพิ่มเติมใดๆ กับลิเบีย

ทั้งนี้ คาดว่าการขานรับมาตรการลงโทษต่อลิเบียดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกที่เปราะบาง

วอลสตรีท ระบุ ด้วยว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของตลาดน้ำมันที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็คือ น้ำมันจากลิเบียเป็นน้ำมันประเภทดิบเบา (ไลต์สวีต) ซึ่งเป็นชนิดที่หาทดแทนได้ยากจากแหล่งอื่น อีกทั้งน้ำมันดิบไลต์สวีตยังเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าน้ำมันในชนิดอื่นๆ เนื่องจากเอื้อต่อกระบวนการผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยในเอเชียเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ไลต์สวีตงวดส่งมอบเดือน เม.ย. ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชีย ร่วงลง 1.61 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 103.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากการซื้อขายในสหรัฐก่อนหน้านั้นที่นิวยอร์ก ราคาพุ่งขึ้นไปปิดที่ 105.44 เหรียญสหรัฐ และแตะระดับสูงสุดที่ 106.99 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลด้วย

การลดราคาน้ำมันดังกล่าวเป็นผลจากที่ตลาดตอบรับข่าวดีจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ที่กำลังหยิบยกประเด็นเรื่องการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันขึ้นสู่ที่ประชุมเป็นครั้งแรก

“เรากำลังหารือถึงศักยภาพความเป็นไปได้ในการเพิ่มปริมาณการผลิต” ชีค อาห์เหม็ด อัลอับดุลลาห์ อัลซาบาห์ สมาชิกโอเปกจากคูเวตกล่าวกับผู้สื่อข่าว แต่ยืนยันว่าการปรับเพิ่มปริมาณการผลิตท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดน้ำมันจากสถานการณ์ในลิเบียยังคงเป็นเพียงการหารือเท่านั้น โดยทางกลุ่มโอเปกยังคงไม่มีการตัดสินใจใดๆ

ด้านสถานการณ์ในลิเบียเมื่อวันอังคารที่ 8 มี.ค. กองกำลังของประธานาธิบดี โมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้ใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มเมืองซาวิยาห์ และพื้นที่ใกล้เคียงทางฝั่งตะวันตกของประเทศอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังมีรายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธลูกหนึ่งเฉียดบ้านเรือนของประชาชนในแถบชานเมืองราส ลานุฟ ไปเพียง 100 เมตรเท่านั้น และก่อให้เกิดควันดำหนาทึบไปทั่วบริเวณดังกล่าว และเกิดแอ่งหลุมขนาดใหญ่ยักษ์ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้น

การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับไล่กลุ่มกบฏออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มกบฏที่พยายามเคลื่อนกองกำลังเข้าประชิดกรุงตริโปลี เมืองหลวงของประเทศ ขณะที่กลุ่มกบฏยังคงยืนยันไม่มีการเจรจาหาทางออกใดๆ กับผู้นำลิเบีย

“เราจะไม่เจรจาใดๆ กับเขา (กัดดาฟี) สิ่งที่เขาต้องทำคือ ออกไปจากประเทศนี้ และยุติเหตุนองเลือดเสียที” มุสตาฟา กีเรียนา โฆษกของกลุ่มกบฏกล่าว

ด้านประเทศตะวันตกกำลังนำประเด็นในเรื่องมาตรการทางทหาร ซึ่งรวมทั้งมาตรการห้ามบิน เข้าหารืออย่างเป็นทางการทั้งในที่ประชุมนาโต และที่ประชุมสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กองกำลังของกัดดาฟีโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน