
QE3?
เมื่อวานนี้ มีข่าวมาให้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อนายเดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ออกมาให้ความเห็นว่า
เมื่อวานนี้ มีข่าวมาให้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อนายเดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ออกมาให้ความเห็นว่า
ถ้าหากราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่หยุดเช่นนี้ มีสิทธิสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐจะตัดสินใจนำนโยบายผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ หรือ Quantitative Easing ครั้งที่ 3 ออกมาใช้
แม้ว่านายล็อกฮาร์ต จะไม่มีสิทธิออกเสียงโหวตในกลุ่มผู้ตัดสินนโยบายหลักของเฟด แต่ทว่าการออกมาบอกเช่นนี้ของคนระดับนี้ถือว่ามีความน่าเชื่อถือพอสมควรครับ และจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ที่กำลังประสบกับปัญหาที่เหนือความคาดหมายอย่างราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูดเนื่องจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางนั้น ก็ถือว่าสมเหตุสมผลทีเดียวที่เฟดจะต้องทำอะไรบางอย่าง
หากยังจำกันได้ เมื่อต้นเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เฟดประกาศใช้มาตรการ QE2 ไปเป็นมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าซื้อคืนพันธบัตรของตัวเอง เป็นการกดให้อัตราดอกเบี้ยธนาคารอยู่ในระดับต่ำต่อไป เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
การใช้ยาแรงของเฟดในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลง และทำให้ทุนหนีออกจากสหรัฐเข้าสู่ตลาดเอเชียกันอย่างร้อนแรง และก็ส่งผลต่อเนื่องทำให้ค่าเงินในเอเชียพาเหรดกันแข็งค่า
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีนี้กลับดีเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะในสหรัฐที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นแข็งแกร่งเหมือนเดิมก็ตาม ส่งผลให้ทุนจากโลกตะวันตกเริ่มถอนทุนออกจากเอเชียกันหันไปเก็งกำไรในตลาดสหรัฐกันเหมือนเดิม
ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียอ่อนตัวลงมาบ้างตั้งแต่ต้นปี และค่าเงินเหรียญสหรัฐก็แข็งขึ้นมาครับ
แต่ในขณะนี้ทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังเจอกับกระแสน้ำที่เปลี่ยนทางไหลแบบฉับพลันอีกครั้ง นั่นก็คือผลกระทบราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นรุนแรงอย่างไม่คาดคิดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผมเรียนเอาไว้
นักวิเคราะห์ต่างชาติมองกันว่าหากราคาน้ำมันอยู่ในระดับราวๆ 120 เหรียญสหรัฐ ก็ยังจะไม่สร้างปัญหามากเท่าไหร่ แต่หากเกินไปถึง 150 เหรียญสหรัฐนั้น หมายความว่าเฟดจะต้องทำอะไรสักอย่าง
และ QE3 นั้น เราก็อาจจะได้เห็นด้วยในปีนี้
สุดท้าย หากเฟดถึงกับต้องใช้มาตรการดังกล่าวจริง เอเชียก็มีหวังที่จะต้องเผชิญหน้ากับกระแสทุนไหลเข้าภาคสอง และวิกฤตค่าเงินแข็งค่าอีกครั้ง
ที่คราวนี้จะมาพร้อมๆ กับปัญหาเงินเฟ้อรุนแรง หนำซ้ำราคาน้ำมันก็จะพุ่งทะลุเกินเพดาน
แค่นึกภาพก็น่ากลัวแล้วครับ







