
ลือหึ่ง‘สตีฟจ๊อบส์’ถึงระยะสุดท้าย
เหลือเวลาอยู่ได้อีกแค่6สัปดาห์แอปเปิลยังเงียบไม่มีความเห็น
เหลือเวลาอยู่ได้อีกแค่6สัปดาห์แอปเปิลยังเงียบไม่มีความเห็น
ลือกระฉ่อน มันสมองแอปเปิลป่วยหนัก เหลือเวลาอีกเพียงเดือนครึ่งดูโลกเท่านั้น
หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ในอเมริกาต่างพาดหัวถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนของ สตีฟ จ๊อบส์ สุดยอดตำนานผู้ปลุกกระแสความนิยมแอปเปิลทั่วโลก ว่าอยู่ในขั้นสุดท้ายเกินเยียวยา สุดความสามารถของแพทย์ที่จะยื้อชีวิตไว้ได้ พร้อมคาดการณ์ว่าจ๊อบส์จะมีเวลาเหลืออยู่เพียงแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการใดๆ จากแอปเปิล แต่ทางเนชันแนล เอนไควเรอร์ ได้ตีพิมพ์ภาพของจ๊อบส์ล่าสุดซึ่งอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เกินกว่าที่แอปเปิลจะกล่าวออกมาได้
จ๊อบส์ ชายผู้ยืนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอุปกรณ์สื่อสารทันสมัยอย่างไอพอด ไอโฟน และไอแพด ดูอ่อนแอและทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ศีรษะเริ่มล้านจนเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นผลข้างเคียงจากการเข้ารับเคมีบำบัด ขณะที่ร่างกายภายใต้เสื้อผ้าดูจะผอมบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความสูงกว่า 180 เซนติเมตร พร้อมกันนี้ในรายงานยังระบุว่าน้ำหนักตัวของจ๊อบส์ลดลงจาก 175 ปอนด์ เหลือเพียง 130 ปอนด์เท่านั้น
ช่างภาพสามารถถ่ายภาพของ สตีฟ จ๊อบส์ ไว้ได้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะรับประทานอาหารเช้ากับ ลอรีน พาวเวลล์ ภรรยา ก่อนเดินทางไปยังศูนย์มะเร็งสแตนฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย
ซามูเอล จาคอบสัน คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต ให้สัมภาษณ์กับเดลีเมล์ว่า หากให้ตัดสินจากรูปถ่ายดังกล่าว บอกได้คำเดียวว่าจ๊อบส์อยู่ในระยะสุดท้าย ซึ่งอาจเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น
“เขา (จ๊อบส์) ดูซูบผอมจากการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อของร่างกาย ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณของโรคที่ไม่ค่อยดีนัก” จาคอบสัน กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวลือถึงอาการป่วยระยะสุดท้ายของตำนานสุดแกร่งของแอปเปิล บรรดาสำนักข่าวต่างๆ ต่างรายงานแย้งว่า สตีฟ จ๊อบส์ มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ พร้อมๆ กับผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ) ที่แคลิฟอร์เนีย
โดยในการหารือลับครั้งนี้มี มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก และอีริก ชมิดท์ ประธานบริหารกูเกิล เสิร์ชเอนจินรายใหญ่ของโลกเข้าร่วมด้วย ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่าประเด็นหารืออาจเกี่ยวข้องกับการที่เครือข่ายเหล่านี้มีส่วนร่วมต่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง







