
ทุนโลกทิ้งตลาดเกิดใหม่
3สัปดาห์หนีต่อเนื่อง3แสนล. ซบตลาดมะกันยุโรปญี่ปุ่น
โพสต์ทูเดย์
— ทุนไหลออกทิ้งตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่อง หันซบตลาดพัฒนาแล้วหลังทิศทางสดใสขึ้น 3 สัปดาห์ไหลออกแล้ว 1.3 หมื่นล้านกระแสทุนโลกเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนโยกทุนออกจากตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่แล้ว 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.9 แสนล้านบาท) เพียงแค่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้น
อีพีเอฟอาร์ โกลบอล ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาการไหลเวียนของกระแสทุนโลกระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่านักลงทุนได้โยกเงินออกจากตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ไปยังตลาดหลักทรัพย์ของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นทิศทางที่สวนทางจากเมื่อปีที่แล้วอย่างชัดเจน เนื่องจากเกิดกระแสการหวั่นวิตกถึงปัญหาเงินเฟ้อในประเทศตลาดเกิดใหม่
ในช่วงสัปดาห์เดียวเมื่อสิ้นสุดในวันที่ 3 ก.พ.นั้น ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่มีการถอนทุนออกในปริมาณมากที่สุดถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการถอนออกจาก 3 ประเทศใหญ่หลักๆ คือ จีน รัสเซีย และบราซิล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทุนต่างประเทศได้ไหลออกในระดับที่ช้าลงที่ 6,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลที่ชัดเจนต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ที่นักลงทุนต่างชาติต่างถาโถมเข้ามายังตลาดเกิดใหม่เมื่อปีที่แล้วเพื่อหาผลกำไรจากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ที่มีอัตราการฟื้นตัวที่เร็วกว่าในตลาดพัฒนาแล้วอย่างในยุโรปและสหรัฐ
แต่ทว่าในปีนี้ นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นกับปัญหาดัชนีผู้บริโภคในตลาดเกิดใหม่ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจจะกระตุ้นให้ผู้กำหนดนโยบายของรัฐต้องใช้มาตรการที่แข็งกร้าวเพื่อต่อสู้ปัญหาเงินเฟ้อ และในที่สุดก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม
อีพีเอฟอาร์ ระบุว่า ในทางกลับกันตลาดในประเทศพัฒนาแล้วกำลังปรับตัวได้ดีขึ้นในปีนี้ ทำให้อัตราส่วนของผลตอบแทนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่บางตัวในสหรัฐปรับขึ้นในระดับสูงมากที่สุดในรอบทศวรรษทีเดียว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน ที่กระแสทุนได้หลั่งไหลเข้าไปในตลาดพัฒนาแล้วอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เฉพาะในปีนี้มีเงินทุนไหลเข้าไปแล้วสูงถึง 3.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว โดยนักลงทุนจะพุ่งเป้าไปที่หุ้นที่มีผลงานต่ำกว่าตลาด (อันเดอร์เพอร์ฟอร์ม) เช่นหุ้นของบริษัทบลูชิปขนาดใหญ่ในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น







