
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก นักลงทุนโยกเงินหนี AI ราคาทองรีบาวด์
S&P 500 และดาวโจนส์ปิดบวก หลังนักลงทุนลดน้ำหนักหุ้น AI หันซื้อหุ้นสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะทองคำพุ่งกว่า 1% รับดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์ลดลง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) โดยดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวจากการปรับลดลงในช่วงต้นตลาด หลังนักลงทุนกังวลต่อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภคแทน
หุ้น Eli Lilly บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่ UnitedHealth เพิ่มขึ้น 2.8% และ Walmart บวก 1.4% หลัง Deutsche Bank ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้นทั้งสามบริษัท ซึ่งมีส่วนสำคัญช่วยหนุนดัชนี S&P 500 ให้ปิดในแดนบวก
ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีหลายตัวปรับตัวลดลง โดยนักลงทุนประเมินความเสี่ยงของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งมีภาระหนี้สูงและอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
หุ้น Nvidia ลดลง 1.8% หลัง TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวันส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มธุรกิจในปี 2570 แม้รายงานกำไรรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน จากความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งยังแข็งแกร่ง
ด้าน Dell Technologies ร่วงลง 6.9% และ Hewlett Packard Enterprise ลดลง 7.1% ต่อเนื่องจากการปรับตัวลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัท AI ที่มีต้นทุนกู้ยืมสูงอาจเผชิญแรงกดดันทางการเงิน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับลดลง แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ Philadelphia Semiconductor Index ลดลง 0.9% และปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7
S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.33% ปิดที่ 7,744.06 จุด
Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.08% ปิดที่ 26,713.03 จุด
Dow Jones เพิ่มขึ้น 1.08% ปิดที่ 52,177.69 จุด
ราคาน้ำมันผันผวน ทองคำฟื้นตัว
ตลาดน้ำมันยังได้รับอิทธิพลจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยนักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายข้อจำกัดต่อกองเรือบรรทุกน้ำมันที่เรียกว่า “กองเรือเงา” ซึ่งใช้ขนส่งน้ำมันนอกช่องทางการค้าที่เป็นทางการ ขณะที่ความขัดแย้งในภูมิภาคยังเป็นปัจจัยหนุนส่วนเพิ่มด้านความเสี่ยงในราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงในตลาดโลก ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 105.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ 3.03% ปิดที่ 97.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลที่บ่งชี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก
ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% มีแนวโน้มยุติการลดลงติดต่อกัน 3 วัน โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลง
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 1.2% อยู่ที่ 4,153.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อวันก่อน ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดเพิ่มขึ้น 1.5% ที่ 4,170.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แม้ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตลาดยังให้น้ำหนักค่อนข้างต่ำกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้







