
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกยกแผง สัปดาห์หน้าจับตางบแบงก์-เงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของธนาคารยักษ์ใหญ่และตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งอาจชี้ทิศทางดอกเบี้ย Fed ขณะราคาน้ำมันและทองคำปิดบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งปรับตัวขึ้น และทำผลงานเป็นบวกตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับการเริ่มต้นประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน และข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 423.31 จุด หรือ 0.83% ปิดที่ 51,654.95 จุด
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 46.15 จุด หรือ 0.59% ปิดที่ 7,811.51 จุด
และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 172.83 จุด หรือ 0.64% ปิดที่ 27,366.17 จุด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ปิดต่ำกว่าระดับเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ก่อนหน้า
จับตาผลประกอบการแบงก์ยักษ์ใหญ่
ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 จะเริ่มคึกคักในสัปดาห์หน้า โดยธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ Wells Fargo, Goldman Sachs, Citigroup, JPMorgan Chase, Bank of America และ Morgan Stanley มีกำหนดรายงานผลประกอบการ ซึ่งนักลงทุนจะใช้ประเมินความแข็งแกร่งของภาคการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 โดยรวมจะเติบโต 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายน โดยกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดที่ 123% และ 66.5% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทต่อเศรษฐกิจประมาณ 70% ของประเทศ กำลังอ่อนแอลงในเดือนนี้ ตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยความคาดหวังต่อเศรษฐกิจในระยะใกล้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน
น้ำมันผันผวนจากสงครามอิหร่านและพายุเฮอริเคน
ราคาน้ำมันดิบปิดบวกในวันศุกร์ แม้ในช่วงแรกจะปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมเผยว่าการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางมีความคืบหน้าในเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันฟื้นตัวในเวลาต่อมา ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทาน หลังเฮอริเคนอีไซอัสเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกตอนเหนือ และบริษัทน้ำมันระงับการผลิตน้ำมันดิบในน่านน้ำสหรัฐฯ มากกว่า 70%
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบล่วงหน้าปิดที่ 104.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.42% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดที่ 91.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.39%
ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตรียมประกาศมาตรการเกี่ยวกับน้ำมันดีเซล และระบุว่ากำลังพิจารณาระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดต้องติดตาม
ทองคำฟื้นตัวต่อเนื่อง รับแรงซื้อหลังราคาลงแรง
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังนักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรจากราคาที่ลดลงก่อนหน้านี้ โดยตลาดยังประเมินความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ 4,194.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3% ตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.4% ปิดที่ 4,216.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวันพุธ เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 24 ปีที่ทำไว้เมื่อวันพุธ







