
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบทั้ง 3 ดัชนี บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง หลังบอนด์ยีลด์ระยะยาวพุ่งแตะระดับสูงสุดรอบ 24 ปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และราคาน้ำมัน
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาวปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น เพียงหนึ่งวันหลังดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 แห่งปรับตัวลดลง โดย Dow Jones และ S&P 500 ยุติช่วงขาขึ้น 4 วันติดต่อกัน ขณะที่ Nasdaq ปิดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 6 วัน
แรงกดดันต่อตลาดเกิดขึ้นพร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี
ความกังวลด้านอุปทานจากสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องใช้นโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันระดับหนี้ของภาคธุรกิจและรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดพันธบัตรทั่วโลก
รายงานการประชุม Fed เมื่อเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการประชุมที่มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันของกรรมการ โดยบางส่วนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยจำเป็นเพื่อสกัดผลกระทบจากราคาพลังงาน ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าควรขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 17.2% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม ลดลงจาก 37.6% เมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้านดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดดังนี้
Dow Jones ลดลง 341.11 จุด หรือ 0.66% ปิดที่ 51,180.17 จุด
S&P 500 ลดลง 17.18 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 7,801.75 จุด
Nasdaq ลดลง 61.19 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 27,538.69 จุด
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังจากการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงที่จะเร่งการปล่อยน้ำมันสำรองและให้ความสำคัญกับน้ำมันดีเซลเป็นอันดับแรก เพื่อควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสงครามในอิหร่านส่งผลกระทบต่ออุปทานทั่วโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปิดตัวลง 38 เซนต์ หรือ 0.38% ที่ 100.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดตัวลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ที่ 88.28 ดอลลาร์
ขณะที่ ราคาทองคำปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากแรงหนุนของดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ราคาทองสปอตลดลง 1.2% อยู่ที่ 4,113.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 1.1% ปิดที่ 4,140.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์







