
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วง ราคาน้ำมันขยับไม่แรงจับตาสหรัฐ-อิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ขณะราคาน้ำมันลดช่วงบวกจากความหวังเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่บอนด์ยีลด์พุ่งและคาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยต่อ กดดันทองคำ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันจันทร์ (28 ก.ย.) ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แม้ตลาดน้ำมันจะผ่อนคลายแรงกดดันจากระดับสูงสุดของวัน หลังมีความหวังว่าการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางอาจกลับมาเดินหน้า
นักลงทุนเตรียมจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนและดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
ขณะเดียวกัน ต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้นเริ่มเป็นความเสี่ยงต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนและการกู้ยืมจำนวนมากเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งมีส่วนผลักดันตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 0.9% สู่ 26,820.38 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.8% หรือ 59.72 จุด ปิดที่ 7,683.69 จุด และ Dow Jones ลดลง 0.7%
หุ้น Nvidia สวนทางตลาด ปิดบวก 1.7% หลังบริษัทประกาศเพิ่มวงเงินโครงการซื้อหุ้นคืนอีก 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มวงเงินครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท และสูงกว่าแผนซื้อหุ้นคืน 1.1 แสนล้านดอลลาร์ที่ Apple ประกาศในปี 2024
ด้านราคาน้ำมันปรับลดจากช่วงพุ่งแรงระหว่างวัน หลังผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์เตรียมหารือกับทั้งสหรัฐและอิหร่าน เพื่อผลักดันข้อตกลงสันติภาพ หลังสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านดำเนินมานาน 7 เดือน และส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่ม 19 เซนต์ ปิดที่ 92.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมัน Brent เพิ่ม 96 เซนต์ ปิดที่ 105.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระหว่างวันราคาน้ำมันเคยพุ่งขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอจากอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องทางเดินเรือสำคัญบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดยังเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้ม Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 70% ต่อโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม หลังเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 เพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
แรงกดดันยังสะท้อนผ่านตลาดพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2004 ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2007 ก่อนลดช่วงบวกลง
ทองคำร่วงแรง แตะ 4,111 ดอลลาร์
ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐที่พุ่งขึ้นและความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ราคาทองสปอตร่วงลงมากถึง 4% ระหว่างวัน แตะ 4,111 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย โดยแรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน และบอนด์ยีลด์ 10 ปีที่แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 19 ปี







