
ทรัมป์-สี จิ้นผิงเปิดซัมมิต สหรัฐฯ-จีน เน้นสัญลักษณ์ ยากจะตกลงกันได้
ทรัมป์ต้อนรับสี จิ้นผิงอย่างยิ่งใหญ่ในทำเนียบขาว หารือการค้า AI ไต้หวัน และสงครามอิหร่าน แต่ยังไม่คาดหวังข้อตกลงครั้งใหญ่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 เปิดฉากการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน ท่ามกลางพิธีการอันยิ่งใหญ่ แต่ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังอยู่ในระดับจำกัด โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมการค้า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไต้หวัน และสงครามอิหร่าน
การเยือนกรุงวอชิงตันของสีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี และเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ของผู้นำทั้งสองในปีนี้ ขณะที่สหรัฐฯ และจีนพยายามรักษาความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพ แม้ยังมีข้อขัดแย้งหลายด้าน
ประเด็นอ่อนไหวที่สุดคือ ไต้หวัน โดยสีกล่าวระหว่างการหารือว่า สหรัฐฯ ควรคัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวัน ขณะที่จีนยังยืนยันสิทธิในดินแดนเหนือเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่า สหรัฐฯ ชะลอการอนุมัติแพ็กเกจอาวุธให้ไต้หวันมูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็น “ไพ่ต่อรอง” กับจีน ทำให้ท่าทีของวอชิงตันต่อไต้หวันถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
ด้านการค้า ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มมุ่งรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า หลังสงครามภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีนเคยผลักดันภาษีตอบโต้ขึ้นไปมากกว่า 100% โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบขยายข้อตกลงดังกล่าวออกไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570
AI เป็นอีกประเด็นสำคัญ ทรัมป์ระบุว่าจะหารือเรื่อง “Super Intelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง แต่ยังส่งสัญญาณไม่ต้องการเพิ่มกฎระเบียบใหม่ ขณะที่สีระบุว่า สหรัฐฯ และจีนมีทั้งศักยภาพและความรับผิดชอบในการพัฒนาและกำกับ AI เพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์ และควรทำให้การพัฒนา AI อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์
นักวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันด้าน AI ระหว่างสองมหาอำนาจอาจจำกัดขอบเขตของข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นเทคโนโลยีขั้นสูงและมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายอาจหารือการลดภาษีบางรายการ การปราบปรามการค้ายาเสพติด และการเพิ่มช่องทางสื่อสารระหว่างกองทัพ รวมถึงสงครามอิหร่าน แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจีนจะกดดันอิหร่านให้ตอบสนองข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ
แม้บรรยากาศการประชุมจะเต็มไปด้วยพิธีการและการแสดงมิตรภาพ แต่ประเด็นไต้หวัน การควบคุมเทคโนโลยี AI แร่หายาก และสงครามในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนกลับมาตึงเครียดได้อีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายยังมีแรงจูงใจร่วมกันในการประคองความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพในระยะสั้น







