
กลุ่มกบฏฮูตีถล่มถึงเมืองหลวงซาอุฯ เสี่ยงเขย่าอุปทานน้ำมันโลก
กลุ่มกบฏฮูตีโจมตีริยาด-ยันบู พบไฟและควันใกล้สนามบิน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันซาอุฯ ถูกจับตา ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานโลก
กลุ่มกบฏฮูตีเดินหน้าขยายการโจมตีซาอุดีอาระเบีย โดยอ้างว่ายิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายสำคัญในกรุงริยาด พร้อมโจมตีโรงงานของ Saudi Aramco ในเมืองยันบู เมืองท่าส่งออกน้ำมันสำคัญริมทะเลแดง เพิ่มความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและอุปทานน้ำมันโลก
การโจมตีเกิดขึ้นหลังมีการพบเปลวไฟและกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ใกล้สนามบินหลักของกรุงริยาด ขณะที่ซาอุดีอาระเบียออกคำเตือนภัยทางอากาศในกรุงริยาดและเมืองอัล-คาร์จ ก่อนประกาศยกเลิกการแจ้งเตือนในช่วงเช้า
ฝ่ายพันธมิตรทางทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธที่ยิงมายังกรุงริยาดได้ พร้อมขัดขวางการโจมตีในหลายพื้นที่ รวมถึงยันบู แต่ยังไม่มีการเปิดเผยความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ยันบู จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน
เมืองยันบูมีความสำคัญต่อระบบพลังงานของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและท่าส่งออกน้ำมันบนชายฝั่งทะเลแดง การที่กลุ่มกบฏฮูตีระบุว่าโจมตีโรงงานของ Saudi Aramco จึงเพิ่มความกังวลว่า การสู้รบอาจขยายจากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรง
ก่อนหน้านี้ การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีได้กระทบเมือง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการขนส่งทางทะเลของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่เส้นทางทะเลแดงกำลังมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะเส้นทางทางเลือกสำหรับการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดแค่ซาอุฯ
สถานการณ์มีความเปราะบางมากขึ้น เนื่องจากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเผชิญภาวะปิดกั้น ทำให้เส้นทางส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางมีข้อจำกัดมากขึ้น หากการโจมตีขยายไปยังแหล่งผลิต ท่าเรือ ท่อส่ง หรือเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อาจเพิ่มแรงกดดันต่อปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดโลก
ซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ทำให้ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหรือเส้นทางส่งออกของประเทศมีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบเกินกว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งในภูมิภาค
ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีประกาศว่าจะเดินหน้าโจมตีซาอุดีอาระเบียเพื่อตอบโต้การโจมตีในเยเมน ความเสี่ยงสำคัญที่ตลาดพลังงานจับตาจึงไม่ใช่เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง แต่คือโอกาสที่ความขัดแย้งจะลุกลามเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและเส้นทางส่งออก ซึ่งอาจกระทบอุปทานน้ำมันทั่วโลก







