
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ สงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ ขณะจับตาข้อมูลราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธ (9 ก.ย.) หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่หุ้น Apple ปรับตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ก่อนตลาดรอข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญในช่วงปลายสัปดาห์
ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเร่งเงินเฟ้อ
ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่ดัชนีหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ปรับตัวลงทั้งหมด
หุ้น Apple ลดลง 0.3% หลังบริษัทเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ครั้งแรกภายใต้การบริหารของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญ พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10-20 ปี วงเงินสูงสุด 6,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่ารัฐบาลจะเข้าซื้อวงเงิน 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นทำให้สินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงมีความน่าสนใจมากขึ้น และลดแรงจูงใจในการลงทุนในหุ้น
ตลาดยังจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยล่าสุดนักลงทุนให้น้ำหนักราว 60% ว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.48% ปิดที่ 7,636.46 จุด
ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.64% ปิดที่ 26,253.34 จุด
และดัชนี Dow Jones ลดลง 0.77% ปิดที่ 52,381.02 จุด
S&P 500 ลดลงประมาณ 2% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม แต่ยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 12% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
ราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ ทองคำทะยาน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม หลังอิหร่านและสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการโจมตีเส้นทางเดินเรือครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนใกล้สุด เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังระหว่างวันพุ่งแตะ 101.58 ดอลลาร์
ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ หรือ 3.25% ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยน้ำมันทั้งสองประเภทปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม
ขณะที่ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 1.4% อยู่ที่ 4,414.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 4,458.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยได้แรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางการรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed







