posttoday
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ราคาน้ำมันพุ่ง กังวลสถานการณ์อิหร่าน-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ราคาน้ำมันพุ่ง กังวลสถานการณ์อิหร่าน-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

01 กันยายน 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดลดลงจากราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2.5% หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ กดดันเงินเฟ้อ แม้ดัชนีหลักยังปิดเดือนสิงหาคมเป็นบวก

ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดลดลงในวันจันทร์ (31 ส.ค.) ท่ามกลางแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

 

การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้สูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนยังประเมินท่าทีของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ซึ่งส่งสัญญาณเข้มงวดในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุม Jackson Hole เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

แม้ตลาดหุ้นโดยรวมเผชิญแรงขาย แต่ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 แห่งของสหรัฐ ยังคงปิดเดือนสิงหาคมด้วยผลตอบแทนเป็นบวก โดย Nasdaq ทำสถิติเติบโตสูงสุดในเดือนนี้ ขณะที่กระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงได้รับความสนใจ แม้ช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงขายก็ตาม ส่วน Dow Jones ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน

 

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดการเงิน โดย มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า กรุงเตหะรานยังคงต้องการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจา หลังการโจมตีทางอากาศระหว่างคู่ขัดแย้งกลับมารุนแรงขึ้น และความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่

 

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานสำคัญของโลก ทำให้ตลาดวิตกว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการในวงกว้าง จนกลายเป็นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจบีบให้เฟดต้องกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในการประชุมเดือนกันยายน

 

ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า ตลาดการเงินประเมินความเป็นไปได้มากกว่า 65% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 25 basis points ในการประชุมเดือนกันยายน

 

Dow Jones Industrial Average ลดลง 374.09 จุด หรือ 0.70% ปิดที่ 53,185.90 จุด 

 

ขณะที่ S&P 500 ลดลง 25.62 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 7,686.14 จุด 

 

และ Nasdaq Composite ลดลง 31.53 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 26,370.89 จุด

 

ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2.5% หลังสหรัฐ-อิหร่านปะทะ

 

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 2.5% ในวันจันทร์ หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐ และอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง ทำให้ตลาดกลับมากังวลถึงความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะหยุดชะงัก โดยความขัดแย้งครั้งนี้เข้าสู่เดือนที่ 6

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบล่วงหน้าปิดเพิ่มขึ้น 2.39 ดอลลาร์ หรือ 2.71% มาอยู่ที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,000 บาทต่อบาร์เรล 

 

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์ หรือ 2.83% ปิดที่ 85.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,850 บาทต่อบาร์เรล

 

ระหว่างการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับ 91.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม

 

ทองคำร่วง รับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

 

ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลง โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย หลังประธานเฟดส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นยิ่งเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อ

 

ราคาทองสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 4,433.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 146,000 บาทต่อออนซ์หลังระหว่างวันแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ราคาน้ำมันพุ่ง กังวลสถานการณ์อิหร่าน-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ราคาน้ำมันพุ่ง กังวลสถานการณ์อิหร่าน-เฟดขึ้นดอกเบี้ย