
อิหร่านประณามสหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรรอบใหม่ ขณะช่องแคบฮอร์มุซยังอัมพาต
อิหร่านประณามแผนคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ เตือนกระทบเศรษฐกิจและคู่ค้าสำคัญ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังแทบเป็นอัมพาต
เมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) ประณามแผนของสหรัฐฯ ที่เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอิหร่านและส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะจีน
ความตึงเครียดเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และสงครามยืดเยื้อมานานเกือบ 6 เดือน แม้ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้โจมตีกันโดยตรง แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะเดินหน้าสู่การเจรจาสันติภาพ
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยการขนส่งน้ำมันแทบหยุดชะงัก ขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตร
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มีกำหนดแถลงข่าวในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. เวลา 01.00 น. ตามเวลาไทย หลังจากก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านที่ “รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์”
เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้จีนร่วมมือกับสหรัฐฯ โดยจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันที่อิหร่านส่งออกมากกว่า 80% ตามข้อมูลปี 2025 ของ Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง
อิหร่านโต้กลับ เตือนประเทศเพื่อนบ้าน
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐฯ ถือเป็นความพยายามใช้อำนาจอธิปไตยนอกอาณาเขตเหนือประเทศสมาชิกสหประชาชาติที่เป็นอิสระ พร้อมระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรประเทศที่สามซึ่งทำธุรกิจกับอิหร่านไม่มีพื้นฐานรองรับตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้านโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เตือนประเทศใกล้เคียงไม่ให้เข้าร่วม “สงครามเศรษฐกิจ” ของสหรัฐฯ พร้อมขู่ว่าอิหร่านจะถือว่าประเทศที่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ เป็นศัตรู และอาจโจมตีผลประโยชน์ของประเทศเหล่านั้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง แต่ยังไม่พร้อมยอมรับเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เห็นว่าเหมาะสม พร้อมเตือนก่อนหน้านี้ว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ “ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ” แก่อิหร่าน
ฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง กระทบตลาดน้ำมันโลก
ข้อมูลติดตามการเดินเรือระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีเรือสินค้าเพียง 4 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่หรือเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิรักบางส่วนเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังรัฐบาลอิรักร้องขอหลายครั้ง โดยประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญระหว่างการเยือนอิรักของโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ช่วยให้สามารถลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เฉลี่ยประมาณ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงอย่างมากจากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดสงคราม หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันที่โลกบริโภค
แม้การโจมตีของสหรัฐฯ จะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ กองทัพเรือ และกองทัพอากาศของอิหร่าน แต่รัฐบาลเตหะรานยังคงมีศักยภาพด้านขีปนาวุธและโดรนมากพอที่จะขัดขวางการเดินเรือบรรทุกน้ำมันและโจมตีคู่แข่งในภูมิภาค
อิหร่านย้ำพร้อมเจรจา แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี
ขณะที่กาลิบาฟระบุว่า อิหร่านได้รับข้อความจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศเกี่ยวกับการจัดตั้งกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาคและความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ โดยเรียกร้องให้ภูมิภาคสร้างระเบียบความมั่นคงที่เป็นอิสระและเกิดจากความร่วมมือภายในภูมิภาคเอง
สงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน โดยเด็กนักเรียนอิหร่าน 168 คนเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกของสงคราม ขณะที่สหรัฐฯ รายงานว่ามีกำลังพลบาดเจ็บมากกว่า 750 นาย และเสียชีวิต 18 นาย
แม้อิหร่านยังคงแสดงจุดยืนแข็งกร้าว แต่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ยังคงเรียกร้องให้หาทางออกด้วยการทูต โดยระบุว่า การยุติสงครามในเวลาที่อิหร่านยังคงมีอำนาจและศักดิ์ศรี จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับประเทศของเขา







