
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดไตรมาสที่สองอย่างแกร่ง แม้สงครามอิหร่านกดดัน
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำผลงานรายไตรมาสดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 แม้ความขัดแย้งอิหร่านยังตึงเครียด ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงแรงสุดหลังโควิด ส่วนทองคำเผชิญแรงขายหนักสุดในรอบ 13 ปี
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในวันอังคาร (1 ก.ค.) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Compositeสร้างผลตอบแทนรายไตรมาสดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังไม่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับเพิ่มขึ้น 136.46 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 52,319.20 จุด พร้อมทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่สอง
ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 58.93 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 7,499.36 จุด และ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 393.58 จุด หรือ 1.52% ปิดที่ 26,213.72 จุด โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาด ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทะยานขึ้นถึง 3.9% ภายในวันเดียว
นักวิเคราะห์ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงสนับสนุนจากความหวังว่าความพยายามยุติสงครามอิหร่านจะมีความคืบหน้า แม้ว่าสถานการณ์ภาคสนามยังคงมีการปะทะเป็นระยะ
ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิหร่านได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อวางกรอบยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนานกว่า 4 เดือน
อย่างไรก็ตาม การยิงตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่กาตาร์เปิดเผยว่า คณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐที่เดินทางถึงกรุงโดฮาจะยังไม่มีการประชุมระดับสูงกับฝ่ายอิหร่านในครั้งนี้
นักลงทุนยังจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี S&P 500 ซึ่งจะทยอยประกาศในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า หลังจากผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญ หลังราคาน้ำมันเคยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569
น้ำมันปิดลดลง ร่วงแรงสุดนับจากโควิด
ด้านตลาดน้ำมัน ราคาปรับตัวลดลงเล็กน้อย และกำลังจะปิดไตรมาสด้วยการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 จากความหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทาน
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 72.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ลดลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 69.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้ง Brent และ WTI กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับเดียวกับก่อนเกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่าตลาดคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะสั้น
ทองคำฟื้นเล็กน้อย แต่จ่อปิดไตรมาสแย่สุดในรอบ 13 ปี
ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในการซื้อขายวันอังคาร หลังเผชิญแรงขายต่อเนื่องตลอดไตรมาส โดยราคาทองคำ Spot Gold เพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 4,027.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากก่อนหน้านี้แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
แม้ราคาจะฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ตลอดเดือนมิถุนายนทองคำปรับลดลงแล้ว 11.2% และกำลังจะบันทึกการปรับตัวลงรายไตรมาสรุนแรงที่สุดในรอบ 13 ปี
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (Gold Futures) ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 4,038.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์







