
ตลาดหุ้นสหรัฐคึก ดาวโจนส์ทุบสถิติใหม่ หุ้น AI เริ่มชะลอตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ดัชนีดาวโจนส์นำตลาดจากแรงซื้อหุ้นสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะนักลงทุนชะลอเก็งกำไรหุ้น AI และติดตามเจรจาสหรัฐ-อิหร่านใกล้ชิด
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันพุธ (28 พ.ค.) ด้วยบรรยากาศเชิงบวก โดยดัชนีสำคัญของสหรัฐยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้นักลงทุนเริ่มชะลอแรงซื้อในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันไปติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลก
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 182.60 จุด หรือ 0.36% ที่ระดับ 50,644.28 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสาธารณสุขและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.24 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 7,520.36 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq Composite บวก 18.55 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 26,674.74 จุด โดยทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นวันที่สองติดต่อกัน
นักลงทุนเริ่มโยกเงินลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีและ AI หลังราคาปรับขึ้นแรงตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายกดดันดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มปลอดภัยและหุ้นอิงการบริโภคกลับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยหุ้นของพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ปรับตัวขึ้น 3.2% ขณะที่ยูไนเต็ดเฮลธ์ เพิ่มขึ้น 1.9% สะท้อนมุมมองนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารเผชิญแรงกดดัน หลังหุ้นของเจพีมอร์แกน เชส ร่วงลง 2.4% ภายหลัง เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร เตือนว่าค่าใช้จ่ายในปีนี้อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้าบางส่วนไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องหารือเพิ่มเติม ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ของอิหร่านรายงานว่า ยังมีข้อขัดแย้งที่ไม่ได้ข้อสรุป
ความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงแรงกว่า 5% หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าหากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจนำไปสู่การเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันโลก
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดลดลง 5.29 ดอลลาร์ หรือ 5.31% อยู่ที่ 94.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 5.21 ดอลลาร์ หรือ 5.55% ปิดที่ 88.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสองสัญญาร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนระหว่างการซื้อขาย และลบล้างกำไรที่เกิดขึ้นในวันก่อนหน้าเกือบทั้งหมด
ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ราคาทองสปอตลดลง 1.3% อยู่ที่ 4,447.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนมิถุนายนของสหรัฐ ปิดลดลง 1.2% ที่ระดับ 4,448.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์







