ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ ขณะการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังถูกสกัด
ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้จบ ขณะผู้บัญชาการทหารปากีสถานเดินทางสู่เตหะราน หวังลดความตึงเครียดและเปิดทางเจรจารอบใหม่
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสงครามที่สหรัฐฯ ดำเนินการร่วมกับอิสราเอลต่ออิหร่านกำลัง “ใกล้ยุติลง” ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางถึงกรุงเตหะรานของผู้บัญชาการทหารสูงสุดปากีสถาน เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางลดความขัดแย้งและป้องกันการปะทุรอบใหม่
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังพิจารณากลับไปเจรจาเพิ่มเติมที่ปากีสถาน หลังการหารือรอบล่าสุดสิ้นสุดลงโดยยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่าอิสราเอลคาดหวังให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ที่มีขึ้นก่อนหน้านี้ได้รับการขยายเวลาออกไป
กองทัพปากีสถานยืนยันว่า จอมพล อาซิม มูนีร์ ได้เดินทางถึงอิหร่านแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ลดช่องว่าง” ระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังจากเคยมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ยการเจรจารอบก่อนหน้า
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า สถานการณ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอาจมีความคืบหน้าที่ชัดเจน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายต้องการบรรลุข้อตกลงโดยเร็ว และอาจไม่จำเป็นต้องขยายระยะเวลาหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม การเจรจาที่ผ่านมายังติดขัดในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยสหรัฐฯ เสนอให้ระงับกิจกรรมด้านนิวเคลียร์เป็นเวลา 20 ปี ขณะที่อิหร่านเสนอระยะเวลาเพียง 3–5 ปี นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้อิหร่านนำวัสดุนิวเคลียร์ออกนอกประเทศ ส่วนอิหร่านต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
ในด้านสถานการณ์ทางทหาร สหรัฐฯ ระบุว่าการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านสามารถสกัดกั้นเรือสินค้าได้ทั้งหมดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้ด้วยการอาจปิดเส้นทางการค้าในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง หากมาตรการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป
ผลกระทบของสงครามยังลุกลามสู่เศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้หลายประเทศต้องเร่งหาทางเลือกด้านพลังงาน ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังจากหลายประเทศได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ นอกจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจแล้ว ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 5,000 ราย โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่านและเลบานอน สะท้อนถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่ยังคงรุนแรง


