ซาอุฯฟื้นกำลังท่อส่งน้ำมันเต็มศักยภาพ หลังถูกอิหร่านโจมตี
ซาอุดีอาระเบียประกาศฟื้นกำลังการส่งน้ำมันผ่านท่อหลักสู่ระดับ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเหตุโจมตีช่วงความขัดแย้งอิหร่าน
ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ได้ฟื้นฟูกำลังการขนส่งน้ำมันดิบผ่านท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) กลับมาอยู่ที่ระดับประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งกับอิหร่าน
กระทรวงพลังงานระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงท่อส่งน้ำมันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาดำเนินงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทางการซาอุดีอาระเบียไม่ได้ระบุชัดเจนถึงฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังการโจมตี แม้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราชอาณาจักรจะสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้หลายครั้ง
การโจมตีดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญหลายแห่ง ทั้งในกรุงริยาด จังหวัดภาคตะวันออก และเมืองอุตสาหกรรมยันบู ซึ่งครอบคลุมถึงภาคการผลิตน้ำมัน ก๊าซ โรงกลั่น ปิโตรเคมี และไฟฟ้า
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า เหตุโจมตีทำให้กำลังการผลิตน้ำมันลดลงประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวัน และส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผ่านท่อ East-West ลดลงราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน โดยท่อส่งดังกล่าวถือเป็นเส้นทางหลักเพียงสายเดียวสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศ ภายหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียสามารถกู้คืนกำลังการผลิตบางส่วนจากแหล่งน้ำมันมานิฟา ซึ่งก่อนหน้านี้ลดกำลังการผลิตลงประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน
ส่วนแหล่งผลิตน้ำมันคูไรส์ ยังคงอยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูกำลังการผลิต หลังจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีจนทำให้กำลังการผลิตลดลงอีกประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน
กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพและความต่อเนื่องของการจัดหาพลังงาน ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดโลก


