posttoday

ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านถล่มท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ช่องแคบฮอร์มุซยังปิด

10 เมษายน 2569

ราคาน้ำมันโลกดีดตัวทันที หลังโครงสร้างพลังงานซาอุฯ ถูกอิหร่านโจมตี ขณะช่องแคบฮอร์มุซยังปิด แม้สหรัฐ-อิหร่านพักรบชั่วคราว

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันศุกร์ หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานที่ยังคงอยู่ จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สหรัฐและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก็ตาม

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 0.87% อยู่ที่ 96.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.06% แตะระดับ 98.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาในประเทศไทยสะท้อนแรงกังวลของตลาดต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า แม้การประกาศหยุดยิงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยคลายความกังวลในระยะแรก แต่ความไม่เชื่อมั่นยังคงอยู่ เนื่องจากยังมีรายงานการสู้รบต่อเนื่องหลังข้อตกลงมีผล

 

ตลาดยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัญญาณการฟื้นตัวของการขนส่ง ก่อนการเจรจาสันติภาพที่มีกำหนดจัดขึ้นในปากีสถาน ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าปากีสถานอาจมีข้อจำกัดด้านอำนาจต่อรองในการผลักดันให้มีการเปิดเส้นทางดังกล่าว

ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านถล่มท่อส่งน้ำมันซาอุฯ  ช่องแคบฮอร์มุซยังปิด

 

รายงานระบุว่า อิหร่านมีแนวคิดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถูกคัดค้านจากผู้นำชาติตะวันตกและองค์การระหว่างประเทศด้านการเดินเรือ

 

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก แต่ถูกปิดลงจากความขัดแย้งที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก Stratas Advisors ประเมินว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งสูงถึง 190 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากอิหร่านผ่อนคลายข้อจำกัด ราคาน้ำมันอาจลดความร้อนแรงลง แม้ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม

ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านถล่มท่อส่งน้ำมันซาอุฯ  ช่องแคบฮอร์มุซยังปิด

 

ขณะเดียวกัน การโจมตีต่อกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงราว 600,000 บาร์เรลต่อวัน และกระทบต่อการขนส่งผ่านท่อ East-West Pipeline อีกประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวัน

 

นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ความปั่นป่วนเป็นระยะ” ไปสู่ “ภาวะช็อกด้านอุปทานที่วัดผลได้” โดยตลอดเกือบ 6 สัปดาห์ของความขัดแย้ง มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวอาหรับเสียหายแล้วกว่า 50 แห่ง และทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันหายไปประมาณ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งแรงกดดันต่อเสถียรภาพพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวล่าสุด

เอาด้วย! Cloudflare รองรับการเข้าป้องกันระบบควอนตัมภายใน 2029