SET แกว่งขึ้นรับข่าวเจรจาสันติภาพอิสราเอลและเลบานอน ก่อนหยุดยาว
InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นรับข่าวเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง-น้ำมันลด ให้แนวต้าน 1500-1510 จุด ระวังแรงขายก่อนหยุดยาว หุ้นแนะนำวันนี้ DELTA และ AOT
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นขานรับข่าวการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและเลบานอนในสัปดาห์หน้า
- ดัชนีอาจเผชิญแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงท้ายตลาดก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์
- ทิศทางของดัชนีในระยะสั้นขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเป็นสำคัญ ซึ่งหากสำเร็จมีโอกาสปรับขึ้น แต่หากล้มเหลวอาจเผชิญแรงขายหนัก
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งขึ้น จากข่าวอิสราเอลและเลบานอนเตรียมเจรจาสันติภาพสัปดาห์หน้า สร้างความหวังเชิงบวกต่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปากีสถานเช้าวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัว Bond Yield ชะลอลง หนุนสินทรัพย์เสี่ยงช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีอาจย่อตัวช่วงท้ายจากแรงขายลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาว ประเด็นวันนี้ การแถลงนโยบายรัฐบาลวันสุดท้าย จากนั้นพรุ่งนี้ ประชุม ครม. นัดแรก ทางเทคนิค ประเมินแนวต้าน 1500-1510 จุด แนวรับ 1475-1465 จุด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของ ความเชื่อมันลงทุน แต่หากการเจรจาล้มเหลวหรือมีการเผชิญหน้าทางทหาร คาดดัชนีจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุด
อย่างไรก็ดี จับตามูลค่าซื้อขายใน SET อาจเริ่มเบาบางในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดัชนีอาจผันผวนแรงกว่าปกติหากมีแรงขายออกมา กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC ส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield> 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อน XD ใน เม.ย.-พ.ค.นึ้) ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและ ความผันผวน ดังนี้
1.ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรผิดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ BTS LH MINT AWC BDMS HMPRO OR CPALL
2.ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN) ก็ตอบโจทย์การลดการ
3.ระยะยาว (6-12 เดือน): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการ พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
Trading Idea: ธีม Summer Play ซึ่งได้อานิสงส์จากการบริโภคที่จะสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่ร้อนจัด นำโดย 1) กลุ่มเครื่องดื่ม โดยเลือกหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศเป็นหลักเพื่อลดความผันผวนจากภายนอก ได้แก่ ICHI HTC และ 2) กลุ่มพาณิชย์ โดยเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเป็นช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มและสินค้าคลายร้อน ได้แก่ CPALL HMPRO GLOBAL
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ DELTA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคฯ โลก ด้านผล ประกอบการปี 2569 จะมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับ AI ที่คาดจะเติบโตเลขสองหลัก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ในครึ่งหลังปี 2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 306 บาท
AOT ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังบรรยากาศการท่องเที่ยวฟื้นตัวในช่วงสงกรานต์ และการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงอิสราเอล-เลบานอน จะหนุนจำนวนผู้โดยสารฟื้นตัว ประกอบกับฐานต่ำในปีก่อน ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 10% จากการปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.00 บาท


