กบฏฮูตีเปิดฉากยิงจรวดโจมตีอิสราเอล สงครามอิหร่านเสี่ยงลุกลาม
กบฏฮูตีในเยเมน เปิดฉากโจมตีอิสราเอล ขณะสหรัฐส่งนาวิกโยธินเสริมกำลังเดินทางเข้าพื้นที่ ตะวันออกกลางตึงเครียดหนัก เสี่ยงสงครามขยายวง กระทบเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอีกระดับ หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ส่งผลให้ความเสี่ยงของการขยายตัวของสงครามเพิ่มสูงขึ้น
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐฯ เริ่มเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มเติม โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารอาจสิ้นสุดภายในไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การเสริมกำลังทหารสะท้อนถึงความจำเป็นในการคงความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลวอชิงตัน
ฝ่ายฮูตีประกาศว่าจะดำเนินปฏิบัติการต่อไปจนกว่าการ “รุกราน” ในทุกแนวรบจะยุติลง ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เพื่อประสานความพยายามทางการทูตผ่านการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ดี ยังไม่ปรากฏสัญญาณความคืบหน้าทางการทูตอย่างเป็นรูปธรรม
สงครามซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
อิสราเอลรายงานว่าได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะราน มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอิหร่าน ขณะเดียวกันยังได้โจมตีเป้าหมายในเลบานอน ซึ่งรวมถึงการโจมตีที่ทำให้ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิตหลายราย โดยกองทัพอิสราเอลอ้างว่าเป้าหมายบางรายมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ด้านอิหร่านยังคงตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวอาหรับหลายแห่ง รวมถึงการโจมตีฐานทัพในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ท้าทายระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ส่งกำลังนาวิกโยธินหลายพันนายเข้าสู่ภูมิภาค โดยชุดแรกเดินทางถึงแล้ว พร้อมทั้งมีแผนส่งกำลังจากหน่วยพลร่มที่ 82 เพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจทวีความรุนแรง
ในส่วนของฮูตี การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่ออิสราเอลสะท้อนถึงศักยภาพในการโจมตีเป้าหมายระยะไกล และอาจสร้างภัยคุกคามใหม่ต่อเส้นทางการเดินเรือโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสู่คลองสุเอซ
ผลกระทบจากสงครามยังสะท้อนในตลาดการเงินโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ขณะที่สหรัฐฯ ได้ขยายเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีก 10 วัน ท่ามกลางคำขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
แม้จะมีความพยายามไกล่เกลี่ยผ่านประเทศตัวกลาง เช่น ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง และมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยมีรายงานการโจมตีในหลายพื้นที่ของอ่าวอาหรับ รวมถึงการโจมตีที่ทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บทั้งในอิสราเอลและอิหร่าน


