ครบหนึ่งเดือนสงครามอิหร่าน ทรัมป์เผชิญทางตัน เดิมพันยิ่งเริ่มสูง
สงครามอิหร่านครบหนึ่งเดือน ดันราคาพลังงานโลกพุ่ง เศรษฐกิจกระทบหนัก กดนิยมทรัมป์ร่วง ต้องเผชิญทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างเร่งเจรจายุติศึกหรือขยายปฏิบัติการ เสี่ยงยืดเยื้อ
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยืดเยื้อครบหนึ่งเดือน กำลังผลักดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญ “ทางเลือกยาก” ท่ามกลางแรงกดดันทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง หลังราคาพลังงานโลกพุ่งสูง ขณะที่คะแนนนิยมของเขาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีความเคลื่อนไหวทางการทูตอย่างต่อเนื่อง แต่สหรัฐยังคงประสบความยากลำบากในการควบคุมวิกฤตในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง โดยอิหร่านยังคงกดดันการขนส่งน้ำมันและก๊าซในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมเดินหน้าโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่
นักวิเคราะห์ชี้ว่า คำถามสำคัญในขณะนี้คือ ทรัมป์จะเลือก “ลดระดับความขัดแย้ง” ผ่านการเจรจา หรือ “ยกระดับทางทหาร” ซึ่งเสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อและกระทบต่อวาระการดำรงตำแหน่งของเขา
แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ต้องการหลีกเลี่ยง “สงครามไม่รู้จบ” และพยายามผลักดันการเจรจา โดยกำหนดกรอบเวลาสู้รบไว้ที่ 4-6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ไทม์ไลน์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำสหรัฐยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าว โดยขู่เพิ่มปฏิบัติการทางทหาร หากการเจรจาไม่คืบหน้า พร้อมสั่งเสริมกำลังทหารหลายพันนายเข้าสู่ภูมิภาค เพื่อสร้างแรงกดดันต่ออิหร่าน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การแสดงแสนยานุภาพดังกล่าวอาจมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง แต่ก็เสี่ยงดึงสหรัฐเข้าสู่สงครามระยะยาว โดยเฉพาะหากมีการส่งกำลังภาคพื้นดิน ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอเมริกัน
อีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกพูดถึง คือการเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย เพื่อทำลายศักยภาพทางทหารและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ก่อนประกาศชัยชนะและยุติปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ยังถูกตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือ หากยังไม่สามารถเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ยังคงถูกจำกัดการใช้งาน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
ในประเทศ กระแสต่อต้านสงครามเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือเพียง 36% ต่ำสุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันเองก็เริ่มกังวลต่อผลกระทบในการเลือกตั้งกลางเทอม
ด้านความพยายามทางการทูต แม้สหรัฐจะเสนอแผนสันติภาพ 15 ข้อผ่านช่องทางลับ แต่อิหร่านมองว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมและยากต่อการยอมรับ แม้จะยังไม่ปิดโอกาสการเจรจาในอนาคต
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น หลังผู้นำบางส่วนของอิหร่านที่ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศ ถูกแทนที่ด้วยกลุ่มที่มีแนวคิดแข็งกร้าวมากขึ้น ส่งผลให้ความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐเพิ่มสูง
ขณะเดียวกัน พันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซียต่างแสดงความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะถอนตัวอย่างเร่งรีบ ซึ่งอาจทำให้ภูมิภาคต้องเผชิญกับอิหร่านที่ยังคงเป็นภัยคุกคาม


