ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง กังวลสงครามยืดเยื้อกดดันนโยบายดอกเบี้ย
ดัชนีหุ้นสหรัฐผันผวนหนักจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง กดดันเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ขณะนักลงทุนจับตาความคืบหน้าการเจรจา
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) ผันผวนและปิดตลาดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ และแรงกดดันจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 84.41 จุด หรือ 0.18% อยู่ที่ 46,124.06 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 24.63 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 6,556.37 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 184.86 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 21,761.89 จุด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในภาวะที่นักลงทุนสลับความเชื่อมั่นระหว่างความหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กับความวิตกว่าความตึงเครียดอาจขยายวงกว้าง หลังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐเตรียมส่งกำลังพลเพิ่มเติมจากหน่วยรบชั้นนำไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และมีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง รวมถึงย้ำว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่รายงานด้านความมั่นคงกลับสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากสะท้อนความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะยืดเยื้อ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 4.55 ดอลลาร์ หรือ 4.55% ที่ระดับ 104.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 4.22 ดอลลาร์ หรือ 4.79% ปิดที่ 92.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานและสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
การปรับขึ้นของราคาพลังงานส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง และทำให้แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณเชิงเข้มงวด (Hawkish) ในการประชุมครั้งล่าสุด และคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงหนึ่งครั้งในปี 2026
ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดการเงินได้ปรับลดคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่คาดว่าจะลดสองครั้งก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุดมีการประเมินว่าอาจไม่มีการลดดอกเบี้ยในปีนี้ และยังมีโอกาสมากกว่า 30% ที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นภายในสิ้นปี
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า กิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐในเดือนมีนาคมชะลอตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์สงคราม
ส่วนราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาทองคำสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 4,389.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนในวันก่อนหน้า ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสำหรับส่งมอบเดือนเมษายนปิดลดลง 0.1% ที่ระดับ 4,402.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์


