ผู้นำสูงสุดอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ อิสราเอลโต้แรง ราคาน้ำมันพุ่ง
ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ประกาศเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล ด้านเนทันยาฮูส่งสัญญาณขู่จัดการผู้นำอิหร่าน ขณะราคาน้ำมันโลกพุ่งท่ามกลางสงครามที่ขยายวง
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศว่า อิหร่านจะเดินหน้าต่อสู้กับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล พร้อมยืนยันว่าจะใช้การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันเชิงยุทธศาสตร์
คำแถลงดังกล่าวถือเป็นการแสดงท่าทีครั้งแรกของผู้นำคนใหม่ หลังจากเขาขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากบิดา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วงต้นสงคราม
อย่างไรก็ตาม คาเมเนอีไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยข้อความของเขาถูกอ่านผ่านผู้ประกาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพของเขาหลังเหตุโจมตีที่คร่าชีวิตสมาชิกครอบครัวจำนวนมาก
ในคำแถลง ผู้นำอิหร่านยืนยันว่า
“อิหร่านจะไม่ละเลยการล้างแค้นให้กับเลือดของผู้เสียชีวิต และความต้องการของประชาชนคือการป้องกันประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ”
เขายังเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคปิดฐานทัพของสหรัฐที่ตั้งอยู่ในดินแดนของตน พร้อมเตือนว่าอิหร่านจะเดินหน้าโจมตีเป้าหมายเหล่านั้นต่อไป
อิสราเอลโต้กลับ เนทันยาฮูส่งสัญญาณขู่ผู้นำอิหร่าน
ไม่นานหลังคำแถลงของคาเมเนอี นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu)ได้จัดแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างชัดเจน
เนทันยาฮูกล่าวว่า ผู้นำของ “องค์กรก่อการร้าย” อาจไม่ปลอดภัยจากการเป็นเป้าหมายของอิสราเอล
“ผมคงไม่ออกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ผู้นำขององค์กรก่อการร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น”
แม้เขาจะไม่ระบุแผนการโจมตีโดยตรง แต่คำกล่าวดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการข่มขู่ผู้นำอิหร่านโดยตรง
ช่องแคบฮอร์มุซจุดชนวนวิกฤตราคาน้ำมันโลก
การยืนยันของอิหร่านว่าจะใช้ ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเครื่องมือกดดัน ทำให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความวิตกอย่างหนัก
ช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยปกติแล้วมีน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของการค้าพลังงานโลก ไหลผ่านบริเวณนี้
ความเสี่ยงที่เส้นทางดังกล่าวจะถูกปิดทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีราว 9% แตะระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ราคาลดลงจากความหวังว่าสงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็ว
เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี เปลวไฟลุกท่วมท่าเรืออิรัก
ขณะเดียวกัน ความรุนแรงในทะเลยังทวีขึ้น เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดไฟลุกไหม้ที่ท่าเรือเมืองบาสรา ประเทศอิรัก หลังถูกโจมตีโดยเรือบรรทุกวัตถุระเบิดที่เชื่อว่าเป็นของอิหร่าน
ภาพที่ถูกตรวจสอบเผยให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน และมีรายงานลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง เรืออีกสามลำในอ่าวเปอร์เซียก็ถูกโจมตีเช่นกัน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ของไทยลำหนึ่ง
สงครามลุกลามหลายแนวรบ
ความขัดแย้งยังขยายไปยังเลบานอน เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อาคารในใจกลางกรุงเบรุต พร้อมสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้กลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังจากกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวยิงจรวดชุดใหญ่ที่สุดเข้าใส่อิสราเอลนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
จนถึงขณะนี้ สงครามได้คร่าชีวิตผู้คนแล้ว มากกว่า 2,000 ราย โดยเกือบ 700 รายอยู่ในเลบานอน
ทรัมป์ชี้ราคาน้ำมันสูง “สหรัฐได้ประโยชน์”
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แสดงท่าทีลดความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า
“สหรัฐเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น เราก็ทำเงินได้มากขึ้น”
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่ากองทัพเรืออาจจัดกำลังคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ทางทหารเอื้ออำนวย
แม้สหรัฐจะเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิ แต่ก็ยังเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลก นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากราคาน้ำมันสูงต่อเนื่องอาจกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก


