เวียดนามนำร่อง หั่นภาษีนำเข้าน้ำมัน หวังตรึงราคาน้ำมันในประเทศ
รัฐบาลเวียดนามเตรียมยกเลิกภาษีและผ่อนปรนโควตาการนำเข้าน้ำมัน เพื่อรับมือกับความกังวลด้านพลังงานและราคาน้ำมันจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง
รัฐบาลเวียดนามเตรียมยกเลิกการจัดเก็บภาษีและผ่อนปรนโควต้านำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐอย่าง 'เปโตรเวียดนาม' (PetroVietnam) สามารถจัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้คล่องตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ชะงักงันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภูมิภาคเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาต้นทุน และมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดหาพลังงานสำรองฉุกเฉิน
รัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศขณะนี้ "ยังมั่นคง" แต่เตือนว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อไปจนถึงเดือนเมษายน ตลาดอาจเผชิญกับภาวะตึงตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับประกันอุปทาน โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำมันดิบป้อนเข้าสู่โรงกลั่นในประเทศเป็นอันดับแรก
Pham Luu Hung หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทหลักทรัพย์ SSI (SSI Securities Corp) ระบุว่า การผ่อนปรนมาตรการควบคุมและระบบโควตานำเข้าให้กับเปโตรเวียดนาม (Vietnam National Industry-Energy Group) จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้บริษัทสามารถบริหารจัดการความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบัน เวียดนามมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยราว 180,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับความต้องการใช้ในประเทศ ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังโรงกลั่น Dung Quat ซึ่งรัฐบาลระบุว่ากำลังเดินเครื่องเต็มกำลังที่ระดับ 118% และจะรักษาระดับการผลิตนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนเป็นอย่างน้อย ขณะที่โรงกลั่น Nghi Son ยังคงดำเนินงานตามปกติ เพื่อจัดส่งน้ำมันให้กับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ตามสัญญาที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันขายปลีกในเวียดนามได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน สำนักข่าว VnExpress รายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซิน RON-95 ซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุด ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 27,040 ดอง (ประมาณ 33.06 บาท) ต่อลิตร จากระดับ 20,151 ดอง (ประมาณ 24.63) เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
ส่วนราคาน้ำมันก๊าดและน้ำมันดีเซลทะยานทะลุ 30,000 ดองต่อลิตร (ประมาณ 36.65 บาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวแพงขึ้นเกือบ 57% จากปลายเดือนที่แล้ว
สำนักข่าว Dan Tri รายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนแห่เติมน้ำมันเพื่อกักตุน ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมันหลายสิบแห่งในกรุงฮานอยต้องระงับการจำหน่ายชั่วคราวหรือปรับลดเวลาให้บริการลง


