ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงต่ำสุดรอบ 3 เดือน ราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามอิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐอ่อนแอ ขณะราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง กดดันเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลดลงอย่างแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนีหลักหลายตัวปรับลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
แรงขายในตลาดเกิดขึ้นหลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงเวลาที่ต้นทุนพลังงานกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าสหรัฐอาจเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้น หลังเกิดการโจมตีทางทหารระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงัก ขณะที่กาตาร์ออกมาเตือนว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 12% ในวันเดียว ทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นราว 8% แตะระดับประมาณ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อกำไรของบริษัท และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มสถาบันการเงิน
ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารใน S&P 500 ปรับตัวลดลง 2.6% และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ท่ามกลางความวิตกในตลาดสินเชื่อเอกชน หลังบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่จำกัดการถอนเงินจากกองทุนเครดิตเอกชนขนาดใหญ่ เนื่องจากมีคำขอไถ่ถอนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคากองทุนปรับตัวลงถึง 6% และยิ่งเพิ่มความกังวลต่อตลาดการเงิน
ขณะเดียวกัน สัญญาณการอ่อนแรงของตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มชัดเจนขึ้น โดยได้รับผลกระทบจากการประท้วงของบุคลากรด้านสาธารณสุข รวมถึงสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรง ส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4%
ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย โดยเริ่มเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 50% จากเดิมเพียงประมาณ 35% ในช่วงต้นวันซื้อขาย
ดัชนี S&P 500 ลดลง 91.64 จุด หรือ 1.33% ปิดที่ระดับ 6,739.88 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 361.31 จุด หรือ 1.59% ปิดที่ 22,387.68 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 447.12 จุด หรือ 0.93% ปิดที่ 47,507.62 จุด
ในด้านสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำปรับตัวแข็งแกร่ง โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5,090 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอช่วยลดแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5,100 ดอลลาร์ สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก.


