posttoday
จีนทุ่มหมื่นล้านสู้ภัยแล้ง

จีนทุ่มหมื่นล้านสู้ภัยแล้ง

10 กุมภาพันธ์ 2554

ต้นเหตุเงินเฟ้อข้าวสาลีทุบสถิติ ส่อขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียวไม่พอ

โพสต์ทูเดย์ — จีนเผชิญภัยเงินเฟ้อรอบด้าน ล่าสุด ทุ่มนับหมื่นล้านสู้ภัยแล้งที่กำลังทำลายพื้นที่เพาะปลูก

รัฐบาลจีนประกาศทุ่มงบประมาณ ถึงเกือบ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) เพื่อสู้ภัยแล้งที่กำลังทำลายพื้นที่การเกษตรใน 8 มณฑลทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีที่สำคัญของประเทศ จนยังผลให้ราคาข้าวสาลีถีบตัวสูงขึ้นจนทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,865 หยวนต่อตัน ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับรัฐบาลในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ

ด้านองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เตือนถึงผลกระทบร้ายแรงจากสภาพอากาศเลวร้ายที่กำลังสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลี จนอาจยังผลให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นชนวนของเหตุจลาจลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตรายหลัก และมีบางพื้นที่กำลังประสบกับภาวะแห้งแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี

จากภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น ยังผลให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) มีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกในช่วงไม่กี่เดือนต่อจากนี้ หลังจากที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ขึ้นมาอีก 0.25% มาอยู่ที่ 6.06% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นมาอยู่ที่ 3% ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุดยังอยู่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อถึง 2% ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

“มีกระแสคาดการณ์กันถึงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ก่อนหน้านี้ กระแสคาดการณ์กลายเป็นกระแสกังวล เนื่องจากติดช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน ทว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้ยุติลงแล้ว และตลาดจะจับตาไปที่ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคช่วงเดือน ม.ค. ที่จะได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์หน้า” เกวิน แพร์รี ผู้บริหารของแพร์รี อินเตอร์เนชันแนล เทรดดิง กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า ดัชนีราคาในจีนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว บวกกับการปล่อยกู้เป็นเงินมหาศาลในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะยิ่งกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อให้ยิ่งหนักหน่วง

หลังจากที่พีบีโอซีตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยังผลให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 6.59 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งนับเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 17 ปี หรือนับตั้งแต่จีนปรับใช้อัตราแลกเปลี่ยนทางการและอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดร่วมกันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2536 และขณะนี้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 3.7% นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก