posttoday

บิตคอยน์ร่วงแรง ลบกำไรยุค Trump ตลาดคริปโตยังคงผันผวน

08 กุมภาพันธ์ 2569

บิตคอยน์ปรับตัวลงแรงจนลบกำไรหลัง Donald Trump ชนะเลือกตั้ง ท่ามกลางสภาพคล่องตึงตัว ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางดอกเบี้ย Fed ที่ยังไม่ชัดเจน

ราคาบิตคอยน์เผชิญแรงขายต่อเนื่อง จนปรับตัวลงลบกำไรทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง Donald Trump เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์เตือนว่าราคาอาจยังมีโอกาสอ่อนตัวลงอีก เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดคริปโตยังอยู่ในระดับต่ำ

 

การปรับลดลงของบิตคอยน์เกิดขึ้นพร้อมกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่ถูกมองว่าสูงเกินไป รวมถึงความไม่แน่นอนของทิศทางการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)

 

Thomas Probst นักวิเคราะห์จากบริษัทข้อมูลคริปโต Kaiko ระบุว่า ภาวะตลาดที่ซบเซานี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้วและยังไม่สิ้นสุด โดยสภาพคล่องที่ลดลงทำให้ราคาคริปโตเคลื่อนไหวแรงและผันผวนมากขึ้น แม้มีคำสั่งซื้อขายไม่มากนัก

 

แรงขายรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม หลัง Donald Trump เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดว่า Fed อาจลดขนาดงบดุล ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการลงทุนในบิตคอยน์ โดยราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเคยร่วงลงมากกว่า 20% ก่อนจะดีดตัวกลับในวันถัดมา

 

ความผันผวนดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงแนวโน้มของบิตคอยน์ในระยะข้างหน้า โดยก่อนหน้านี้ตลาดคริปโตเคยเผชิญเหตุการณ์ชำระบัญชีครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม หลัง Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ทำให้สภาพคล่องในตลาดหายไปจำนวนมากและยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่

บิตคอยน์ร่วงแรง ลบกำไรยุค Trump ตลาดคริปโตยังคงผันผวน

 

Denny Galindo นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Morgan Stanley Wealth Management มองว่า เหตุการณ์ราคาร่วงฉับพลันในช่วงปลายปีที่แล้ว เป็นจุดที่ทำให้ฟองสบู่จากการใช้เลเวอเรจในตลาดคริปโตแตกออก

 

แม้รัฐบาล Trump จะมีท่าทีสนับสนุนคริปโต และเคยช่วยผลักดันราคาบิตคอยน์ขึ้นไปทำจุดสูงสุดเหนือ 125,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม แต่การออกนโยบายเชิงบวกในปี 2025 ก็ยังไม่สามารถหยุดการปรับฐานรอบล่าสุดได้ โดยบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 61,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งของ Trump

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองว่าตลาดอาจใกล้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares ระบุว่า แรงขายจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือ “whales” ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมากเริ่มชะลอลง และนักลงทุนบางส่วนมองการปรับลงครั้งนี้เป็นโอกาสเข้าซื้อ

 

ด้านสภาพคล่อง Probst ชี้ว่า ปริมาณบิตคอยน์ที่พร้อมซื้อขายใกล้ระดับราคาปัจจุบันลดลงต่อเนื่อง จากมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เหลือเพียงราว 5 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ส่งผลให้คำสั่งซื้อขายขนาดไม่ใหญ่มากสามารถดันราคาให้ผันผวนได้ง่าย

 

Andrew Moss หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Jefferies ระบุว่า ตลาดยังต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่าราคาบิตคอยน์แตะจุดต่ำสุดแล้ว

 

ทั้งนี้ บิตคอยน์มีความเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินโลกผันผวน ทำให้ราคามีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ล่าสุดบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นกว่า 10% ทะลุระดับ 70,000 ดอลลาร์ ตามการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ

 

ในยุค Trump นักลงทุนเคยคาดหวังว่านโยบายคริปโตจะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะแผนจัดตั้งคลังสำรองบิตคอยน์ของรัฐบาล แม้ Trump จะลงนามคำสั่งจัดตั้งคลังบิตคอยน์จากสินทรัพย์ที่ยึดได้ แต่รัฐบาลยังไม่ได้เดินหน้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมในวงกว้างอย่างที่ตลาดบางส่วนเคยคาดหวังไว้

ข่าวล่าสุด

ชาวญี่ปุ่นลุยหิมะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง Takaichi ลุ้นแลนด์สไลด์