posttoday

สมใจอยาก! ทรัมป์รับเหรียญโนเบลสันติภาพ จากผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ

17 มกราคม 2569

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเธอให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแสดงความขอบคุณและหวังโน้มน้าวให้นำพาสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 

ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของเวเนซุเอลา ได้เข้าพบ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งแรก และได้มอบ "เหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ" ของเธอให้กับผู้นำสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีความตั้งใจที่จะเก็บเหรียญรางวัลนี้ไว้

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของมาชาโดในการโน้มน้าวทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ให้หันมาสนับสนุนเธอในการกุมบังเหียนอนาคตทางการเมืองของเวเนซุเอลา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ปฏิเสธแนวคิดที่จะผลักดันให้เธอขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำแทนที่นายนิโคลัส มาดูโร ที่เพิ่งถูกโค่นอำนาจไป

 

สมใจอยาก! ทรัมป์รับเหรียญโนเบลสันติภาพ จากผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ

 

ภายหลังการพบปะ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า

 

"มาเรียได้มอบรางวัลโนเบลสันติภาพของเธอให้แก่ผม เพื่อเป็นเกียรติแก่ผลงานที่ผมได้ทำ นับเป็นท่าทีที่แสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกันที่ยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณครับมาเรีย!"

 

ทางด้านทำเนียบขาวได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ทรัมป์ถือกรอบทองขนาดใหญ่บรรจุเหรียญรางวัล พร้อมข้อความจารึกว่า "มอบแด่ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ด้วยความขอบคุณสำหรับความเป็นผู้นำที่โดดเด่นในการส่งเสริมสันติภาพด้วยความเข้มแข็ง" โดยระบุว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความขอบคุณในนามของชาวเวเนซุเอลา

 

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สถาบันโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ระบุชัดเจนว่า รางวัลดังกล่าวไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ แบ่งปัน หรือเพิกถอนได้ เกียรติยศนี้จึงยังคงเป็นของมาชาโดแต่เพียงผู้เดียว แม้ตัวเหรียญทองคำจะเปลี่ยนมือไปอยู่กับทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยแสดงความปรารถนาอยากได้รางวัลนี้มาโดยตลอด

 

สมใจอยาก! ทรัมป์รับเหรียญโนเบลสันติภาพ จากผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ

 

สมใจอยาก! ทรัมป์รับเหรียญโนเบลสันติภาพ จากผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ

 

แม้บรรยากาศการพูดคุยจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ แถลงว่า ทรัมป์ยังคงยืนยันในการประเมินสถานการณ์ตามความเป็นจริง (Realistic) ว่ามาชาโดยังไม่มีเสียงสนับสนุนมากพอที่จะนำประเทศได้ในระยะสั้นนี้

 

ปัจจุบัน สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงคุกรุ่น หลังจากสหรัฐฯ ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้นางเดลซี โรดริเกซ มือขวาของมาดูโร ก้าวขึ้นมาเป็นรักษาการประธานาธิบดี

 

ซึ่งทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า "เธอเป็นคนที่เจรจาด้วยง่ายมาก" และเขามีเป้าหมายหลักในการมุ่งเน้นเรื่องการเข้าถึงแหล่งน้ำมันและการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเป็นสำคัญ
 

หลังจากเข้าพบทรัมป์ มาชาโดได้เดินสายพบปะสมาชิกวุฒิสภาทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตกว่าสิบคน ซึ่งเธอได้รับการตอบรับที่ดีมากที่ทำเนียบขาว

 

คริส เมอร์ฟี วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐคอนเนตทิคัต เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านเวเนซุเอลายังคงกังวลเรื่องการปราบปรามทางการเมืองที่ไม่ต่างไปจากยุคของมาดูโร พร้อมเตือนว่า นางเดลซี โรดริเกซ เป็นผู้ที่มีชั้นเชิงทางการเมืองสูง (Smooth operator) และกำลังสร้างฐานอำนาจที่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ จากการสนับสนุนของทรัมป์

 

"ผมหวังว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่สารภาพตามตรงว่าผมยังกังขา" เมอร์ฟีกล่าว

 

ในขณะเดียวกัน นางโรดริเกซ รักษาการผู้นำเวเนซุเอลา ได้กล่าวสุนทรพจน์ประจำปีต่อรัฐสภา โดยเรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ และประกาศเตรียมเสนอแผนปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำมันเพื่อเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในขณะนี้

 

สถานการณ์ในเวเนซุเอลาจึงยังคงอยู่บนทางแพร่ง ระหว่างความหวังในการฟื้นฟูประชาธิปไตยโดยกลุ่มของมาชาโด กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองภายใต้ขั้วอำนาจเดิมที่ได้รับการยอมรับจากทำเนียบขาว

 

ข่าวล่าสุด

สมใจอยาก! ทรัมป์รับเหรียญโนเบลสันติภาพ จากผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ