S&P 500 ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หนุนโดยหุ้นชิป ราคาน้ำมัน-ทองพุ่ง
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่จากแรงหนุนหุ้นชิป นำโดย Broadcom แม้ข้อมูลจ้างงานสหรัฐอ่อนตัว แต่ไม่กระทบคาดการณ์ลดดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นและดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการซื้อขายวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้น Broadcom และหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายอื่น ๆ ขณะที่รายงานการจ้างงานของสหรัฐซึ่งออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แทบไม่ส่งผลต่อความคาดหวังของตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้
ในสัปดาห์ซื้อขายเต็มสัปดาห์แรกของปี 2026 ดัชนีหลักทั้งสามของวอลล์สตรีทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มวัสดุ อุตสาหกรรม และภาคส่วนอื่น ๆ ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนตามหลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
รายงานจากกระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า การจ้างงานของสหรัฐในเดือนธันวาคมขยายตัวชะลอลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม การที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.4% สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรวดเร็ว
หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยดัชนี PHLX Semiconductor พุ่งขึ้น 2.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Lam Research ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.7% ปิดที่ 218.36 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทหลักทรัพย์ Mizuho ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตชิปดังกล่าวเป็น 220 ดอลลาร์ จากเดิม 200 ดอลลาร์
หุ้น Broadcom ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% ขณะที่ Alphabet เพิ่มขึ้น 1% และ Tesla ปรับขึ้น 2.1% ซึ่งทั้งหมดมีส่วนช่วยหนุนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ให้ปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 252.84 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 49,518.95 จุด
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 53.23 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 6,974.69 จุด
และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 216.38 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 23,696.40 จุด
ในตลาดทองคำ ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ และมีแนวโน้มปรับขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ หลังนักลงทุนประเมินข้อมูลการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด ควบคู่กับความไม่แน่นอนด้านนโยบายและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 4,496.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 3.9% ในรอบสัปดาห์ ทั้งนี้ ราคาทองคำแท่งเคยทำสถิติสูงสุดที่ 4,549.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐสำหรับการส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% ปิดที่ 4,500.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ จากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก หลังการประท้วงในประเทศอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการยกระดับการโจมตีในสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 1.35 ดอลลาร์ หรือ 2.18% อยู่ที่ 63.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.36 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 59.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


