สายการบินทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาเครื่องบินแอร์บัส A320 กระทบน้อยกว่าที่คาด
สายการบินทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาเครื่องบินแอร์บัส หลังเกิดข้อขัดข้องทางซอฟต์แวร์ สหรัฐฯ ยืนยันการเดินทางไม่สะดุด
KEY
POINTS
- สายการบินทั่วโลกเร่งแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์เครื่องบินแอร์บัสตระกูล A320 หลังผู้ผลิตออกคำสั่งเรียกตรวจฉุกเฉิน
- ผลกระทบต่อการเดินทางมีจำกัดและน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากสายการบินส่วนใหญ่สามารถดำเนินการแก้ไขได้รวดเร็ว
- สาเหตุของปัญหามาจากการสอบสวนเหตุการณ์เครื่องบินลดระดับโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนำไปสู่การเรียกตรวจเครื่องบินกว่า 6,000 ลำทั่วโลก
สายการบินนานาชาติเร่งดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องด้านซอฟต์แวร์ของเครื่องบินแอร์บัสตระกูล A320 เมื่อวันเสาร์ หลังผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของยุโรปมีคำสั่งเรียกตรวจบางส่วน ส่งผลให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวในเอเชียและยุโรปต้องหยุดทำการ และสร้างความกังวลต่อการเดินทางในสหรัฐอเมริกาในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีปริมาณผู้เดินทางหนาแน่นที่สุดของปี
สายการบินหลายแห่งทำงานตลอดคืนตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับดูแลการบินที่ให้แก้ไขปัญหาก่อนกลับมาบินตามปกติ โดยในวันเสาร์ สายการบินหลายราย เช่น อเมริกันแอร์ไลน์ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ แอร์อินเดีย เดลตาแอร์ไลน์ และวิซแอร์ รายงานว่าสามารถดำเนินการปรับปรุงได้แล้วหรือใกล้เสร็จสมบูรณ์ และส่วนใหญ่ระบุว่าไม่เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติการบิน
ความพยายามเร่งด่วนนี้ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และจำกัดจำนวนเที่ยวบินล่าช้าในเอเชียและยุโรป ขณะที่ในสหรัฐฯ ซึ่งมีความต้องการเดินทางสูงหลังวันขอบคุณพระเจ้า ฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าสายการบินสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบมีความคืบหน้าอย่างมาก และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในคืนวันอาทิตย์ พร้อมย้ำว่าผู้โดยสาร “ไม่ควรคาดว่าจะเกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่”
เบรนดัน โซบี นักวิเคราะห์การบินในเอเชีย กล่าวว่า สถานการณ์ “ไม่ได้วุ่นวายอย่างที่หลายคนคิด” แม้สร้างความยุ่งยากต่อการดำเนินงานในระยะสั้น
กีโยม โฟรี ซีอีโอของแอร์บัส กล่าวขอโทษสายการบินและผู้โดยสาร หลังการเรียกตรวจเครื่องบินกว่า 6,000 ลำ ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งของฝูงบิน A320 ทั่วโลก โดยโพสต์ผ่าน LinkedIn ว่า “ผมขออภัยอย่างจริงใจต่อสายการบินและผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ”
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เครื่องบิน JetBlue เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่บินลดระดับโดยไม่ตั้งใจระหว่างเส้นทางจากเมืองกังกุน ประเทศเม็กซิโก ไปยังเมืองนวร์ก สหรัฐฯ ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บ 10 ราย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงานอุบัติเหตุการบินของฝรั่งเศส (BEA)
การเรียกตรวจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่างกันในแต่ละภูมิภาค
คำสั่งเรียกตรวจมีผลในช่วงที่เที่ยวบินยุโรปและเอเชียทยอยสิ้นสุดรอบบินประจำวัน ทำให้สายการบินมีเวลาสำหรับแก้ไขปัญหา เนื่องจากเครื่องบินลำตัวแคบอย่าง A320 มักไม่ทำการบินเวลากลางคืน แต่ในสหรัฐฯ คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางวันก่อนสุดสัปดาห์การเดินทางที่คับคั่ง
อเมริกันแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน A320 รายใหญ่ที่สุดของโลก ระบุว่าเครื่องบิน 209 ลำจากทั้งหมด 480 ลำจำเป็นต้องแก้ไข ซึ่งน้อยกว่าที่ประเมินไว้ เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันเสาร์ ส่วนยูไนเต็ดแอร์ไลน์ยืนยันว่าดำเนินการอัปเดตครบทุกลำแล้ว
สายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปอย่างวิซแอร์ และแอร์เอเชีย หนึ่งในผู้ใช้งาน A320 รายใหญ่ที่สุดในโลก ยืนยันว่าได้ดำเนินการอัปเดตและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ให้บริการรายใหญ่ในอินเดีย เช่น อินดิโก และแอร์อินเดีย คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน ด้าน ANA ของญี่ปุ่นต้องยกเลิกเที่ยวบิน 95 เที่ยว ส่งผลกระทบผู้โดยสารกว่า 13,500 คน
สตีเวน กรีนเวย์ ซีอีโอของ Flyadeal สายการบินในซาอุดีอาระเบีย ระบุว่าคำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงดึก ทำให้หลีกเลี่ยงความวุ่นวายใหญ่โต โดยสายการบินได้แก้ไขเครื่องบินทั้ง 13 ลำแล้ว และจะกลับมาดำเนินการปกติภายในเที่ยงคืน
ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ การแก้ไขซอฟต์แวร์จำเป็นต้องย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้าในระบบควบคุมมุมกด–เชิดของเครื่องบิน และในบางกรณีต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะในเครื่องบินที่ใช้งานมานาน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงต่อเครื่อง
ทั่วโลกมีเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นนี้ให้บริการราว 11,300 ลำ รวมถึง A320 จำนวนกว่า 6,400 ลำ ข้อมูลจาก Cirium และ FlightAware ระบุว่าสนามบินส่วนใหญ่มีความล่าช้าในระดับปานกลาง
ในวันเสาร์ แอร์บัสแจ้งสายการบินว่าเครื่องบินที่จำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์จริงมีจำนวนน้อยกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งน่าจะไม่ถึง 1,000 ลำ แม้เช่นนั้น ผู้บริหารในอุตสาหกรรมระบุว่าการเรียกตรวจแบบฉับพลันครั้งนี้เป็นภาระหนักที่อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่าย ขณะที่ฝ่ายซ่อมบำรุงทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรและอะไหล่


