
อียิปต์กางโต๊ะเจรจาฝ่ายค้าน มูบารักจะอยู่หรือไป ยังไร้คำตอบ
อียิปต์กางโต๊ะเจรจาฝ่ายค้าน เตรียมให้เสรีภาพประชาชนมากขึ้นในหลายด้าน แต่ยังตกลงไม่ได้ มูบารักจะอยู่หรือไม่ก่อน ก.ย. สหรัฐแบะท่าการปฏิรูปการเมืองอาจจำเป็นต้องมีมูบารัก
อียิปต์กางโต๊ะเจรจาฝ่ายค้าน เตรียมให้เสรีภาพประชาชนมากขึ้นในหลายด้าน แต่ยังตกลงไม่ได้ มูบารักจะอยู่หรือไม่ก่อน ก.ย. สหรัฐแบะท่าการปฏิรูปการเมืองอาจจำเป็นต้องมีมูบารัก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
อียิปต์กางโต๊ะเจรจาฝ่ายค้าน เตรียมให้เสรีภาพประชาชนมากขึ้นในหลายด้าน แต่ยังตกลงไม่ได้ มูบารักจะอยู่หรือไม่ก่อน ก.ย. สหรัฐแบะท่าการปฏิรูปการเมืองอาจจำเป็นต้องมีมูบารัก
รัฐบาลอียิปต์กางโต๊ะเจรจากับบรรดาฝ่ายค้านแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นในอียิปต์ เดินหน้าสู่การปฏิรูปรัฐธรรมนูญและกระบวนการถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติเพื่อผ่าทางตันในวิกฤตการเมืองของชาติ ขณะที่ผู้ประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ยังคงปักหลักที่จัตุรัสตาห์เรียร์ ยืนยันว่ามูบารักต้องลงจากเก้าอี้ประธานาธิบดีทันทีเท่านั้น
รองประธานาธิบดี โอมาร์ สุไลมาน เป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลที่เปิดการเจรจากับกลุ่มฝ่ายค้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ หรือมุสลิม บราเธอร์ฮูด ซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกแบนให้เป็นกลุ่มนอกกฎหมายในอียิปต์ โดยประเด็นการหารือที่สองฝ่ายตกลงกันได้ในเบื้องต้นนั้นคือการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะประกอบไปด้วยบุคคลจากฝ่ายตุลาการและการเมือง โดยมีกรอบระยะเวลาการทำงานถึงต้นเดือน มี.ค.นี้
“ครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นและเป็นระยะเริ่มแรกของการเจรจาจัดสรรอำนาจกันใหม่” ไบรอัน คาตูลิส นักวิเคราะห์จากศูนย์อเมริกันก้าวหน้าในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้ความเห็น
ทั้งนี้ ผู้เจรจาฝ่ายรัฐบาลอียิปต์ได้ให้คำมั่นด้วยว่าจะเริ่มผ่อนคลายการประกาศ ใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินลง ซึ่งอียิปต์ได้ประกาศใช้มาตั้งแต่เมื่อปี 1981 หลังจากที่อดีตประธานาธิบดี อันวาร์ ซาดัต ถูกลอบสังหารอย่างเหี้ยมโหด พร้อมกับจะปล่อยนักโทษการเมืองจำนวนหนึ่ง และจะรับประกันในสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนด้วย
นอกจากนั้นกลุ่มฝ่ายค้านยังต้องการให้รัฐบาลอียิปต์แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดข้อจำกัดของผู้สมัครอิสระที่จะลงเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยเช่นกัน เพื่อเปิดทางให้มีผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลยินยอมที่จะผ่อนคลายต่อกฎต่างๆ แต่ทว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก จะลงจากตำแหน่งเมื่อไหร่ ซึ่งทางด้านกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ได้ยืนยันว่า มูบารักจะต้องลงจากตำแหน่งในทันที
ขณะที่ทางด้าน อาห์เหม็ด ชาฟิก นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐ ว่า มูบารักจะไม่ลงจากตำแหน่งก่อนเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นกำหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ทางด้านกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมไปถึง โมฮัมหมัด เอลบาราเด ฝ่ายค้านคนสำคัญอีกผู้หนึ่ง ยืนยันว่ายังต้องการให้มูบารักลาออกจากตำแหน่งในทันที และการประท้วงที่จัตุรัสตาห์เรียร์ก็จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่ามูบารักจะพ้นตำแหน่ง
การเจรจาครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่สถานการณ์ทั่วไปในกรุงไคโรเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ นอกเหนือจากที่จัตุรัสตาห์เรียร์เท่านั้นที่กลุ่มผู้ประท้วงยังคงปักหลักอยู่
ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้เปิดทำการเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ทำให้มีประชาชนจำนวนมากต่างต่อแถวรอใช้บริการอย่างแน่นขนัด
ขณะเดียวกัน ทางด้าน ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ให้ความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตลอดจนกระบวนการที่จะทำให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือน ก.ย.นั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายทางการเมืองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจจะยากขึ้นถ้าหากประธานาธิบดีมูบารักลาออกไปเสียก่อน
ฮิลลารี กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดการเจรจา ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดตั้งพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะเข้าร่วมแข่งขันในศึกเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ล้วนแต่ใช้เวลา
“ถ้าหากประธานาธิบดีลาออกเสียก่อน จากความเข้าใจของฉันแล้ว ก็จะต้องเลือกตั้งในทันทีภายใน 60 วัน” ฮิลลารี กล่าว ซึ่งถือว่าเร็วเกินไปที่กระบวนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะเสร็จสิ้นได้
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน โมฮัมหมัด เอลบาราเด อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) และสมาชิกฝ่ายค้านคนสำคัญได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีของสหรัฐ ว่า มูบารักนั้นไม่จำเป็นต้องหนีออกจากอียิปต์ เพียงแต่ลงจากอำนาจเท่านั้นก็จะทำให้การประท้วงสงบลงแล้ว
ขณะที่ทางด้าน กามาล มูบารัก ซึ่งเป็นลูกชายของฮอสนี มูบารัก ก็ได้ลาออกจากการเป็นผู้นำพรรคประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.แล้ว ซึ่งหมายความว่าลูกชายของมูบารัก วัย 48 ปี ผู้นี้จะไม่ลงเลือกตั้งในเดือน ก.ย. แน่นอน
ทั้งนี้ จากสถานการณ์การประท้วงในอียิปต์นั้น ได้ส่งผลให้รัฐบาลหลายประเทศในตะวันออกกลางเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองมากขึ้น ขณะที่ในบางประเทศก็เกิดการประท้วงตามอย่างอียิปต์ อย่างในเยเมนตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนในจอร์แดน กษัตริย์อับดุลเลาะห์ก็ทรงยุบคณะรัฐบาลของพระองค์ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ส่วนที่แอลจีเรีย ประธานาธิบดี อับเดลาซิซ บูเตฟลิกา ก็เตรียมที่จะยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินในประเทศหลังจากประกาศใช้มานาน 19 ปีด้วย







