posttoday

จับตาพายุลูกใหม่ก่อตัว หลัง “คัลแมกี” คร่า 114 ชีวิตในฟิลิปปินส์

06 พฤศจิกายน 2568

พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” คร่าชีวิต 114 รายในฟิลิปปินส์ ขณะเคลื่อนตัวเสริมกำลังมุ่งหน้าสู่เวียดนาม ขณะทางการจับตา พายุลูกใหม่กำลังก่อตัวนอกชายฝั่ง

KEY

POINTS

  • พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” สร้างความเสียหายรุนแรงในฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 114 ราย และสูญหายอีก 127 คน
  • ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์กำลังจับตาพายุลูกใหม่ที่ก่อตัวทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา ซึ่งคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นในสัปดาห์หน้า
  • พายุ “คัลแมกี” กำลังเคลื่อนตัวสู่เวียดนาม และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติฟิลิปปินส์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (Kalmaegi) เพิ่มขึ้นเป็น 114 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 127 คน หลังพายุได้สร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ ก่อนจะทวีกำลังแรงขึ้นระหว่างเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนาม

 

จังหวัดเซบู ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เผยให้เห็นความเสียหายอย่างชัดเจนเมื่อระดับน้ำลดลง โดยมีบ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลอง ยานพาหนะพลิกคว่ำ และถนนหนทางเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ขณะที่ประชาชนกว่า 200,000 คนได้อพยพออกจากพื้นที่ก่อนพายุขึ้นฝั่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลายคนกลับมาพบว่าบ้านเรือนของตนถูกทำลายจนหมดสิ้น บางส่วนเริ่มทำความสะอาดพื้นที่ ขุดโคลนออกจากบ้านและถนน

 

ราฟฟี อาเลฮานโดร เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า “ความท้าทายขณะนี้คือการเคลียร์ซากปรักหักพัง ซึ่งต้องดำเนินการโดยเร็ว ไม่เพียงเพื่อตรวจสอบผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ในซากหรือหลบหนีไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังเพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

ในขณะเดียวกัน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ได้ติดตามพายุลูกใหม่ซึ่งกำลังก่อตัวอยู่ทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา โดยคาดว่าอาจทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่นในช่วงต้นสัปดาห์หน้า สร้างความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบซ้ำเติมในพื้นที่ที่เพิ่งประสบภัยจากคัลมาอี

 

พายุ“คัลแมกี” ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 20 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ในจังหวัดเซบูตอนเหนือ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนหลายสิบรายและทำให้หลายพันคนต้องอพยพ

จับตาพายุลูกใหม่ก่อตัว หลัง “คัลแมกี” คร่า 114 ชีวิตในฟิลิปปินส์

 

ขณะที่พายุเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้และเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนาม ได้กลับมามีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งในหลายจังหวัดตอนกลาง รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกกาแฟสำคัญซึ่งอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ทางการเวียดนามได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 350,000 คนในจังหวัดเกียลายภายในช่วงกลางวัน พร้อมเตือนถึงฝนตกหนักและลมกระโชกแรงที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำและส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร

 

กองทัพเวียดนามได้ระดมกำลังทหารหลายพันนายเพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพ ช่วยเหลือ และฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนเวียดนามระบุว่า สนามบิน 8 แห่ง รวมถึงสนามบินนานาชาติดานัง อาจได้รับผลกระทบจากพายุ โดยสายการบินและหน่วยงานท้องถิ่นได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

จับตาพายุลูกใหม่ก่อตัว หลัง “คัลแมกี” คร่า 114 ชีวิตในฟิลิปปินส์

 

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาแถลงสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี”  โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชัน เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่ จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ เสี่ยงฝนตกหนักมาก (มากกว่า 90 มิลลิเมตร) อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่

 

อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา

 

นอกจากนี้ หลายจังหวัดใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนตกหนัก 35–90 มิลลิเมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และอาจสูงมากกว่า 3 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง จึงแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน

จับตาพายุลูกใหม่ก่อตัว หลัง “คัลแมกี” คร่า 114 ชีวิตในฟิลิปปินส์

 

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%