
จีนเพิ่มบัญชีควบคุมการส่งออกแร่หายากอีก 5 ชนิด กดดันสหรัฐ
จีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่หายาก มุ่งเป้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและเซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มแรงกดดัน หลัง สส.สหรัฐเรียกร้องให้ขยายการจำกัดการส่งออกชิปไปจีน
KEY
POINTS
- จีนประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออก โดยเพิ่มแร่หายากอีก 5 ชนิด และเทคโนโลยีการแปรรูปเข้าสู่บัญชีควบคุม เพื่อกระชับอำนาจในอุตสาหกรรมนี้
- แร่หายาก 5 ชนิดที่ถูกเพิ่มเข้ามาคือ โฮล์เมียม, เออร์เบียม, ทูเลียม, ยูโรเพียม และอิตเทอร์เบียม ซึ่งมีความสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น นิวเคลียร์, การป้องกันประเทศ และเซมิคอนดักเตอร์
- มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบโต้และกดดันสหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และภาคส่วนป้องกันประเทศของต่างชาติ ซึ่งจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
เมื่อวันพฤหัสบดี จีนได้ประกาศขยายมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก โดยเพิ่มธาตุใหม่อีก 5 ชนิดเข้าสู่รายการควบคุม พร้อมเพิ่มมาตรการตรวจสอบต่อผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อกระชับอำนาจควบคุมอุตสาหกรรมแร่หายากของจีน
จีนในฐานะผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของโลก ยังได้เพิ่มเทคโนโลยีการแปรรูปอีกหลายสิบรายการเข้าสู่บัญชีควบคุม และประกาศข้อกำหนดใหม่ที่จะบังคับใช้กับผู้ผลิตแร่หายากต่างประเทศที่ใช้วัสดุต้นทางจากจีน
การประกาศของกระทรวงพาณิชย์จีนมีขึ้นหลังจากสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้ขยายขอบเขตการห้ามส่งออกอุปกรณ์การผลิตชิปให้ครอบคลุมมากขึ้นในวันอังคารที่ผ่านมา
มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากการควบคุมที่จีนประกาศในเดือนเมษายน ซึ่งเคยส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนทั่วโลก ก่อนที่ข้อตกลงกับสหรัฐฯ และยุโรปจะช่วยบรรเทาวิกฤตในเวลาต่อมา
มาตรการใหม่มีขึ้นก่อนกำหนดการประชุมระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนตุลาคม
จีนมีสัดส่วนการผลิตแร่หายากแปรรูปและแม่เหล็กแร่หายากมากกว่า 90% ของโลก โดยแร่หายากทั้ง 17 ชนิดมีความจำเป็นในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงเครื่องยนต์เครื่องบิน และเรดาร์ทางทหาร ซึ่งจนถึงขณะนี้มีแร่หายาก 12 ชนิดที่ถูกจำกัดการส่งออกแล้ว
บริษัทต่างชาติที่ผลิตแร่หายากหรือแม่เหล็กที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในรายการควบคุม จะต้องขอใบอนุญาตส่งออกจากจีน หากผลิตภัณฑ์สุดท้ายมีส่วนประกอบของวัสดุหรืออุปกรณ์จากจีน แม้จะไม่มีบริษัทจีนอยู่ในธุรกรรมดังกล่าวก็ตาม
กฎระเบียบนี้มีลักษณะคล้ายกับมาตรการของสหรัฐฯ ที่จำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน
ข้อจำกัดใหม่ซึ่งครอบคลุมถึง 5 ธาตุเพิ่มเติม และอุปกรณ์แปรรูป จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่การพักรบทางการค้าระยะเวลา 90 วันระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลง
กระทรวงฯ ยังระบุว่าผู้ใช้งานในภาคส่วนป้องกันประเทศของต่างประเทศจะไม่ได้รับใบอนุญาต ขณะที่คำขอที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจะพิจารณาเป็นกรณีไป
กฎใหม่ครอบคลุมชิปที่มีขนาด 14 นาโนเมตรหรือละเอียดกว่า, ชิปหน่วยความจำที่มี 256 เลเยอร์ขึ้นไป, อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิปดังกล่าว รวมถึงการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ชิปขั้นสูงเหล่านี้ถูกใช้งานในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงชุดประมวลผล AI ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลสูง
กฎระเบียบนี้ยังครอบคลุมถึงการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่อาจนำไปสู่การใช้งานทางการทหาร
ธาตุหายากทั้ง 5 ชนิดที่เพิ่มเข้ามา สามารถนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ การป้องกันประเทศ การแพทย์ และไฟเบอร์ออปติก
โฮล์เมียม (Holmium)
สามารถใช้ในแม่เหล็ก, เซมิคอนดักเตอร์, อุปกรณ์ผ่าตัดด้วยเลเซอร์ และแท่งควบคุมในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
เออร์เบียม (Erbium)
ใช้มากในระบบสื่อสารผ่านไฟเบอร์ออปติก และเทคโนโลยีอินฟราเรด ออกไซด์ของเออร์เบียมที่มีสีชมพู ใช้ในการผลิตกระจกดูดซับอินฟราเรด
ทูเลียม (Thulium)
ใช้ในอุปกรณ์เอกซเรย์ เทคโนโลยีเลเซอร์ และวัสดุเซรามิกในเตาไมโครเวฟ มีคุณสมบัติเรืองแสงเมื่อสัมผัสกับแสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งเหมาะกับการป้องกันการปลอมแปลง
ยูโรเพียม (Europium)
ธาตุที่มีความไวต่อปฏิกิริยาสูงที่สุดในกลุ่มแร่หายาก และมีคุณสมบัติเรืองแสง ใช้ในแท่งควบคุมของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และวัสดุเรืองแสง เช่น ในการถ่ายภาพทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังใช้ในการวิจัยด้านแม่เหล็ก ร่วมกับอิตเทอร์เบียม
อิตเทอร์เบียม (Ytterbium)
ธาตุที่มีความไม่เสถียรสูงที่สุดในกลุ่ม สามารถใช้เป็นแหล่งรังสีในเครื่องเอกซเรย์ และมีบทบาทในเวชศาสตร์นิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และในคอมพิวเตอร์ควอนตัม







