นักลงทุนไม่แคร์ชัตดาวน์ ตลาดหุ้นสหรัฐยังทำนิวไฮได้ต่อ
ชัตดาวน์ไร้ผล ดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปิดทำสถิติสูงสุดได้อีก ขณะที่แนสแด็กอ่อนตัวจากแรงกดดันหุ้นเทคโนโลยี
ดัชนี ดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) และ เอสแอนด์พี 500 (S&P 500) ปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลงเพิ่มเติม ขณะที่การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืดเยื้อมาถึงวันที่สาม ส่วน แนสแด็ก (Nasdaq Composite) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยหุ้นของ Applied Materials ร่วง หลังบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์คาดการณ์ว่ารายได้ปีงบประมาณ 2026 จะได้รับผลกระทบลดลงราว 600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น Tesla อ่อนตัวลงเช่นกัน ตรงกันข้ามกับหุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภคที่ปรับเพิ่มขึ้น
การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยือต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นมักไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดทำการของรัฐบาล แต่หากยืดเยื้อ อาจสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทั้งต่อการลงทุนและการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด
ภาพรวมการซื้อขาย
• S&P 500 ปิดที่ 6,715.82 จุด เพิ่มขึ้น 0.47 จุด หรือ 0.01%
• Nasdaq Composite ปิดที่ 22,780.86 จุด ลดลง 63.19 จุด หรือ 0.28%
• Dow Jones ปิดที่ 46,761.72 จุด เพิ่มขึ้น 242.00 จุด หรือ 0.52%
สินค้าโภคภัณฑ์และทองคำ
ราคาน้ำมันฟื้นตัวเล็กน้อยระหว่างการซื้อขายในสหรัฐฯ แต่ยังคงมุ่งหน้าสู่การปรับลดลงรายสัปดาห์ที่แรงที่สุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายที่ 64.79 ดอลลาร์/บาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 61.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
ด้าน ทองคำ ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและกำลังมุ่งสู่การเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 ล่าสุดอยู่ที่ 3,876.69 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 3,896.49 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทองคำยังคงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน และได้อานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแล้วกว่า 47% นับตั้งแต่ต้นปีนี้


