posttoday
จีนฉวยจังหวะทอง ส่ง "K วีซ่า" งัดสหรัฐฯ เปิดรับสายไอทีทั่วโลก 

จีนฉวยจังหวะทอง ส่ง "K วีซ่า" งัดสหรัฐฯ เปิดรับสายไอทีทั่วโลก 

29 กันยายน 2568

จีนฉวยจังหวะทอง ส่ง "K วีซ่า" สวนหมัดนโยบาย "H-1B" ของสหรัฐฯ ปูพรมแดงต้อนรับบัณฑิตไอทีทั่วโลก ชูจุดเด่นไม่ต้องมีนายจ้างรับรอง

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า จีนได้เปิดโครงการวีซ่าใหม่โดยตั้งเป้าดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลก 

 

ความเคลื่อนไหวนี้ถูกจับตามองว่าจะช่วยเสริมความได้เปรียบให้จีนในการขับเคี่ยวเชิงภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐฯ โดยเฉพาะในจังหวะที่นโยบายวีซ่าของสหรัฐฯ กำลังบีบให้แรงงานฝีมือต้องมองหาลู่ทางใหม่

 

แม้จีนจะไม่ได้ขาดแคลนวิศวกรฝีมือดีในประเทศ แต่โครงการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของรัฐบาลในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่

 

ว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างต้อนรับการลงทุนและผู้มีความสามารถจากต่างแดน เพื่อสวนกระแสความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่กำลังบดบังแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ

 

ที่ผ่านมา จีนได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการเดินทางจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีในภาคธุรกิจต่างๆ หรือการยกเว้นวีซ่าให้พลเมืองจากหลายประเทศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

 

"ความเคลื่อนไหวนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมาก ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังสร้างกำแพง จีนกลับกำลังทลายกำแพงลง"

 

แมตต์ เมาน์เทล-เมดิชี ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นฐาน ให้ความเห็นถึง "K วีซ่า" ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทใหม่ของจีน

 

 

"K วีซ่า" คืออะไร

 

K วีซ่า เป็นวีซ่าประเภทใหม่ของจีนที่มุ่งเป้าไปที่บัณฑิตจบใหม่ชาวต่างชาติในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) โดยมีจุดเด่นคือ 

 

เปิดโอกาสให้สามารถเดินทางเข้าประเทศ พำนัก และทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีนายจ้างรับรอง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เรียกได้ว่าดึงดูดใจสำหรับผู้กำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกจากสหรัฐฯ

 

ความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นในจังหวะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงาน H-1B ซึ่งเป็นวีซ่าหลักที่บริษัทเทคโนโลยีใช้จ้างชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงปีละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

"สหรัฐฯ พลาดท่าอย่างแรงในประเด็น H-1B และนี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับ K วีซ่าของจีน" ไมเคิล เฟลเลอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์จาก Geopolitical Strategy กล่าว

 

จุดเด่นที่สุดของ K วีซ่าที่เหนือกว่าวีซ่า H-1B อย่างเห็นได้ชัด คือการที่ไม่บังคับว่าต้องมีนายจ้างเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) ซึ่งถือเป็นอุปสรรคใหญ่ของวีซ่าฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องผ่านระบบโควต้าและการจับสลากที่อัตราการแข่งขันสูง

 

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ K วีซ่าก็อาจไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะข้อกำหนดหลายอย่างยังคงคลุมเครือ เช่น "อายุ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทำงาน"

 

อีกทั้งยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางการเงิน การช่วยเหลือด้านการจ้างงาน หรือโอกาสในการขอถิ่นที่อยู่ถาวร

 

กำแพงด้านภาษา ถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ในจีนใช้ภาษาจีนกลางเป็นหลัก 

 

นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีนและอินเดีย ก็อาจเป็นปัจจัยที่จำกัดจำนวนผู้สมัครชาวอินเดียที่รัฐบาลจีนพร้อมจะอ้าแขนรับ

 

ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์การดึงหัวกระทิของจีนมักใช้แรงจูงใจอย่างเงินอุดหนุนซื้อบ้านหรือโบนัสแรกเข้ามูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งประสบความสำเร็จในการดึงบุคลากร STEM ชาวจีนจากสหรัฐฯ กลับประเทศได้จำนวนมาก

 

บัณฑิตชาวจีนคนหนึ่งที่เพิ่งได้งานในซิลิคอนแวลลีย์ มองว่า "ประเทศในเอเชียอย่างจีนไม่ได้พึ่งพาผู้อพยพเป็นหลัก รัฐบาลท้องถิ่นเองก็มีวิธีดึงดูดหัวกระทิในประเทศอยู่แล้ว"

 

ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีผู้อพยพกว่า 51 ล้านคน (15% ของประชากร) ขณะที่จีนมีชาวต่างชาติเพียง 1 ล้านคน (ไม่ถึง 1%)

 

แม้จีนอาจไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อรับแรงงานต่างชาติจำนวนมหาศาล แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า K วีซ่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันบนเวทีโลก

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี