
เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ส่งสัญญาณยังลดต่อเนื่องในปีนี้
เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ส่งสัญญาณยังลดต่อเนื่อง ขณะผู้ว่าการคนใหม่ สตีเฟน มิแรน ที่ถูกเสนอชื่อโดยทรัมป์ เสนอให้ลด 0.50%
KEY
POINTS
- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยใหม่อยู่ในกรอบ 4.00%–4.25%
- เฟดส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะปรับลดเพิ่มเติมอีกสองครั้ง
- การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อสัญญาณการอ่อนแรงของตลาดแรงงาน และป้องกันไม่ให้การจ้างงานชะลอตัวลงไปมากกว่านี้
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และส่งสัญญาณเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อตอบสนองต่อสัญญาณการอ่อนแรงในตลาดแรงงาน มาตรการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากคณะกรรมการ โดยรวมถึงผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟดคนใหม่ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันอังคาร และยังอยู่ระหว่างลาหยุดจากตำแหน่งหัวหน้าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว มีความเห็นต่าง โดยเสนอให้ปรับลดดอกเบี้ยในอัตราที่มากกว่า คือ 0.50%
อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ปรับลดลง อยู่ในกรอบ 4.00%–4.25% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกสองครั้งในการประชุมที่เหลือของปีนี้
เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุในการแถลงข่าวว่า “ในระยะสั้น ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงโน้มเอียงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงต่อการจ้างงานโน้มเอียงลง ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการดำเนินนโยบายการเงิน” ทั้งนี้ เขาย้ำว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแรง และเฟดไม่ต้องการเห็นการชะลอตัวมากไปกว่านี้
แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
จากการประเมินล่าสุด เฟดยังคงคาดว่าอัตราเงินเฟ้อปลายปีนี้จะอยู่ที่ 3% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงคาดการณ์ไว้ที่ 4.5% และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปรับเพิ่มเล็กน้อยเป็น 1.6% จากเดิม 1.4%
เมื่อเปรียบเทียบกับการประเมินก่อนหน้านี้ เฟดมองว่าความเสี่ยงจากภาวะ “stagflation” หรือเงินเฟ้อสูงพร้อมเศรษฐกิจถดถอย เริ่มคลี่คลายลง และเชื่อว่าสามารถลดความเสี่ยงการว่างงานที่สูงขึ้นได้ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะทยอยชะลอลงในปีหน้า
เฟดยังเห็นพ้องว่า มาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อเพียงชั่วคราว ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการปรับคาดการณ์ล่าสุด
ความเห็นต่างและแรงกดดันทางการเมือง
แม้ว่ามติการปรับลดครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าการเฟดหลายคน รวมถึงคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และมิเชล โบว์แมน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยคัดค้านการคงดอกเบี้ย แต่ มิแรน ยังคงเสนอให้ลดมากกว่าที่คณะกรรมการเห็นพ้อง โดยการคาดการณ์ของเขาสะท้อนถึงการมองว่าดอกเบี้ยอาจลดลงไปถึง 2.875% ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคณะกรรมการอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดอีกคนหนึ่ง มีส่วนร่วมในการลงมติครั้งนี้ แม้จะเผชิญความพยายามปลดออกจากตำแหน่งโดยรัฐบาลทรัมป์ แต่เธอยังคงอยู่ในตำแหน่งหลังจากได้รับการสนับสนุนจากศาลสองแห่ง







