
ปตท. ผนึก ทอท. ยกระดับองค์กร ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสาตร์สู่ความยั่งยืน
ปตท.-ทอท. ผนึกกำลังยกระดับการบริหารจัดการองค์กร ปูทางร่วมขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสาตร์ อย่างเป็นรูปธรรมภายในกลางปี 69 มุ่งสู่การเติบโตยั่งยืน
KEY
POINTS
- ปตท. และ ทอท. สองรัฐวิสาหกิจใหญ่ ผนึกกำลังยกระดับการบริหารจัดการองค์กร ปูทางสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
- ความร่วมมือมุ่งเน้น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การผลักดันพลังงานสะอาด (SAF), การใช้ AI บริหารจัดการพลังงาน, การบูรณาการด้านความปลอดภัย และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
- ตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความร่วมมือให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมภายในกลางปี 2569
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ในอุตสาหกรรม สองยักษ์ใหญ่รัฐวิสาหกิจไทยอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและตอบโจทย์นโยบายระดับประเทศ
นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ ปตท. นำคณะผู้บริหารเข้าพบหารือกับ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท. เพื่อเดินหน้าสานต่อความสำเร็จภายใต้ “โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ” ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
หัวใจหลักของความร่วมมือ มุ่งยกระดับการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers
การผนึกกำลังในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers โดยบรรลุเป้าหมายที่ระดับคะแนน 2.5000 ก่อนกำหนดในปี 2569 เพื่อปูทางสู่การดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้
1.การผลักดันพลังงานสะอาดด้วยเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มุ่งเน้นการขยายผลการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน สู่ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในการวางรากฐานระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสำรวจความต้องการของสายการบิน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการชดเชยคาร์บอนขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และการรับรองความยั่งยืนในระดับสากล (ISCC)
2.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน (Energy Platform) ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ผ่านโซลูชันอัจฉริยะที่ใช้ Data Science และ AI ในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Optimization) ครอบคลุมถึงระบบติดตามความต้องการความเย็น (Cooling Load) และการบริหารจัดการช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaping) เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด
3.การบูรณาการความร่วมมือด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจร เสริมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยผ่านหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางจาก ปตท. ร่วมกับฝ่ายดับเพลิงของ ทอท. ซึ่งครอบคลุมทั้งการระงับอัคคีภัย การจัดการสารเคมีอันตราย ทักษะการขับขี่ปลอดภัย และการรับมือสถานการณ์วิกฤต รวมถึงการนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการผู้รับเหมามาใช้ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน
4.การยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการ “ชุมชนยิ้มได้” สร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม “ชุมชนยิ้มได้” ของ ปตท. และหน่วยงานเพื่อสังคมของ ทอท. สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นการช่วยสร้างรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจชุมชนรอบพื้นที่ท่าอากาศยานอย่างเป็นรูปธรรม
เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายในกลางปี 2569
ปัจจุบัน ทั้ง ปตท. และ ทอท. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการและแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เหล่านี้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายในกลางปี 2569 การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสององค์กร แต่ยังเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างรัฐวิสาหกิจเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน







