
จีนสวนกลับ! เปิดไต่สวนสหรัฐฯ ปมทุ่มตลาด-กีดกันการค้าชิป
เดือดก่อนถก! จีนสวนกลับสหรัฐฯ เปิดไต่สวนปมทุ่มตลาด-กีดกันการค้าชิป ก่อนเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่ที่สเปน สะท้อนสัมพันธ์ยังตึงเครียดและสมรภูมิเทคโนโลยีที่ดุเดือด
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า ได้เปิดการไต่สวนสหรัฐฯ ใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การทุ่มตลาด (anti-dumping) และการเลือกปฏิบัติ (anti-discrimination) ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้าชิป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจจะเริ่มต้นขึ้นที่สเปน
สำหรับการไต่สวนแรก จะมุ่งตรวจสอบว่านโยบายการค้าชิปของรัฐบาลสหรัฐฯ มีการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทจีนหรือไม่
ขณะที่การไต่สวนที่สองจะเจาะลึกกรณีต้องสงสัยว่ามีการทุ่มตลาดนำเข้าชิปอนาล็อก (analog chips) บางประเภทจากสหรัฐฯ
ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์อย่างเครื่องช่วยฟัง, เราเตอร์ Wi-Fi และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ
แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ชี้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการจำกัดทางการค้าต่อจีนในประเด็นเรื่องชิปหลายระลอก รวมถึงการไต่สวนเพื่อการเลือกปฏิบัติทางการค้าและการควบคุมการส่งออก
ดังนั้น พฤติกรรม "กีดกันทางการค้า" เช่นนี้ เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติต่อจีน และมีเป้าหมายชัดเจนที่จะ "สกัดกั้นและขัดขวาง" การเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน โดยเฉพาะชิปคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เปิดฉากเจรจาที่มาดริด
คณะผู้แทนจากจีน นำโดยรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง มีกำหนดการเปิดฉากเจรจารอบใหม่กับฝ่ายสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนนี้ ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน
สำหรับวาระการหารือ คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหยิบยกประเด็นเศรษฐกิจและการค้าขึ้นมาพูดคุย ทั้งเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯ, การใช้มาตรการควบคุมการส่งออกอย่างไม่เป็นธรรม และประเด็นร้อนอย่าง TikTok
ในแถลงการณ์อีกฉบับ กระทรวงฯ ได้ตั้งคำถามโดยตรงต่อนโยบายของสหรัฐฯ ว่า "ความตั้งใจของสหรัฐฯ ในการคว่ำบาตรบริษัทจีนในเวลานี้คืออะไร?" พร้อมทั้งย้ำจุดยืนว่า
"จีนขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขแนวทางปฏิบัติที่ผิดพลาดโดยทันที และยุติการกดขี่ที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทจีน เราจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อพิทักษ์สิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีนอย่างถึงที่สุด"
การตอบโต้ของจีนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศเพิ่ม 32 องค์กรเข้าสู่ "บัญชีดำทางการค้า"
ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทจีนถึง 23 แห่ง รวมถึง 2 บริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบจัดหาอุปกรณ์ผลิตชิปสัญชาติอเมริกันให้กับ SMIC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน
ประเด็นของ TikTok แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นของ ByteDance ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ
หลังเผชิญแรงกดดันให้ต้องขายกิจการในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 17 กันยายนนี้ เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ กังวลว่าข้อมูลผู้ใช้งานอาจรั่วไหลถึงรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ People's Daily สื่อของรัฐบาลจีน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุในบทความว่า
"รัฐบาลจีนให้ความสำคัญสูงสุดกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล และไม่เคยมีนโยบายร้องขอให้บริษัทหรือบุคคลใดส่งมอบข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศให้กับรัฐบาลจีน"
พร้อมทิ้งท้ายว่า หากสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานที่จะทำลายผลประโยชน์ของบริษัทจีน จีนก็พร้อมจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติเช่นกัน







